แก้ตาตก วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น

แก้ตาตก วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น ไม่ว่าปัญหาใด ต้องศึกษาหาข้อมูลให้แน่ชัดรอบคอบ การทำศัลยกรรมต้องทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เลือกสถานที่และห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อมาตรฐานสากลก่อนการตัดสินใจทีมเลดี้ถ่ายคลิป ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดกันชัดๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นของจริงกันจะๆ ผู้ที่มีอายุมากขึ้น.

แก้ตาตก

หนังตาชั้นบนมักตกลง ทำให้ชั้นตาเล็กลง และหนังตามักจะมีรอยย่น หย่อนยานมากขึ้น โดยที่บางครั้งชั้นตาอาจตกลงมาปิดชั้นม่านตาได้ หรือทำให้ขนตาม้วนเข้าด้านใน ทำให้ระคายเคืองตาได้ วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น พร้อมกับลดไขมันที่ตาบนในบางตำแหน่งได้ และยังสามารถย้ายไขมันไปเติมในบางตำแหน่งที่ขาดไขมันได้ แก้ตาตก
ต้องการชั้นตาสูง ต่ำ แค่ไหนไขมันที่ต้องการตัดโดยทั่วไป ไขมันที่หนังตาบนแยกคร่าวๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ด้านใน (หัวตา) และด้านนอก โดยปกติแล้ว ในการผ่าตัดมักจะตัดไขมันด้านนอกเป็นส่วนใหญ่ สำหรับไขมันด้านในจะตัดออกเฉพาะในบางรายที่มีไขมันพวกนี้มาก
หางตาโดยทั่วไป รูปร่างหางตาจะแบ่งเป็นหางตาชี้ขึ้น เพื่อให้รูปทรงของตาสดใสขึ้น หรือรูปของหางตาเป็นธรรมชาติก็จะตกลงเล็กน้อย
ขนตาในบางคนที่ขนตาเริ่มม้วนเข้าด้านใน อาจต้องการให้ขนตาม้วนออกเหมือนเดิมต้องดึงขมับหรือดึงหน้าผากร่วมด้วยหรือไม่
หางตาตกโจทย์ที่แก้ไม่ตรง ทำไมบางคนทำตาสองชั้น หรือผ่าตัดหนังตาบน จึงประสบความสำเร็จ ดูสวยและอ่อนวัย ขณะเดียวกับอีกกลุ่มหนึ่งกลับทำแล้วผิดหวัง ยิ่งทำยิ่งดูแก่ลง (สู้ไม่ทำเสียดีกว่า)
คำตอบก็คือ วิเคราะห์ปัญหาผิด ทำให้แก้ไขไม่ตรงจุดปัญหาเรื่องหนังตาตก เกิดจากหนังตาที่เกินและหางคิ้วที่ตกหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับว่าอันไหนมากกว่ากัน บางคนเกิดมาพร้อมกับคิ้วที่ต่ำ โอกาสที่หนังตาจะตกมาปิดทำให้ดูเศร้าๆก็มีมากกว่าคนที่มีระดับคิ้วที่สูงกว่า เรียกว่าเสียเปรียบเชิงกลกันตั้งแต่ออกสตาร์ท เมื่อถึงวัยหนึ่งประมาณ35อัพ นอกจากหนังตาที่เริ่มตกมาบังชั้นตาแล้ว คิ้วก็ต่ำลงมาโดยเฉพาะหางคิ้ว จุดนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมตาเราดูไม่สดใสเหมือนเดิม ดูตกๆยังไงชอบกล และมักจะโทษหนังตาที่เกินเป็นสาเหตุ พอไปพบแพทย์ก็จัดการตัดหนังตาส่วนเกินออกให้ สนองความคิด(ผิดๆ) ทันที ผลปรากฎว่าผิดหวัง ไม่เป็นเหมือนอย่างที่คิดทำไมหรือ คนส่วนมากอยากให้หางตาไม่ตกชนิดปลายเปิด ไม่ใช่หางตาลู่ลงอย่างที่ได้จากการตัดหนังตา นั่นหมายถึงการยกสูงของหางคิ้วพร้อมๆกับปลายชั้นตาที่ยกขึ้นไม่ลู่ลง เป็นภาพที่เหมือนกับการดึงหน้าผากส่วนที่อยู่เหนือคิ้วขึ้นนั่นเองการแก้ไขที่ถูกต้องจึงควรเป็นการยกหางคิ้วขึ้น เพื่อให้หางตายกขึ้นและปลายตาเปิดออกนั่นเอง ไม่ใช่การตัดหนังตาออก เพราะการทำเช่นนั้น นอกจากจะไม่ตอบโจทย์หรือสิ่งที่ตนเองอยากได้แล้ว บ่อยครั้งทำให้หางคิ้วและหางตาลู่ลงมากจนดูเศร้ากว่าเดิม ในกรณีที่มีหนังตเกินมากร่วมด้วย การยกหางคิ้วเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การเก็บหนังตาออกเล็กน้อยก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำร่วมด้วย
ภาวะตาตก/เปลือกตาตก ไม่ได้หมายถึงโรคใดโรคหนึ่ง แต่หมายถึงลักษณะที่ขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ อาจเป็นในตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ เกิดขึ้นได้จากหลายโรค แต่ละโรคก็จะมีลักษณะของตาตก อาการอื่นๆที่แตกต่างกัน แก้ตาตก.

เปิดหัวตา การผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น

เปิดหัวตา การผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น ความรู้สึกวันผ่าตัดทำตา เปิดหัวตาในวันผ่าตัดก็ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะแอบกลัวนิดๆ แต่บิวอ่านรีวิวเค้าบอกว่าหมอมือเบาก็สบายใจขึ้น หลังจากมาถึงพนักงานจะอธิบายขั้นตอนการดูแลหลังการทำและอธิบายการทานยาซึ่งที่คลินิกจะจัดให้เป็นเซตๆ จำง่ายค่ะ แล้วจากนั้นก็พาขึ้นด้านบนเป็นบริเวณห้องผ่าตัดและห้องรอ ซึ่งพนักงานจะพาเราไปล้างหน้าและล้างยาฆ่าเชื้อก่อน พอเสร็จก็นั่งรอค่ะ สักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาพาเข้าห้องผ่าตัดค่ะ แล้วคุณหมอจะเข้ามาเพื่อวัดชั้นตาอีกที โดยเป็นวัดกันเป็นมิลลิเมตรเลย.

เปิดหัวตา

 

จากนั้นคุณหมอก็จะให้ดูในกระจกว่าจะได้ประมาณไหนซึ่งตื่นเต้นมากๆ แค่เห็นก็ชอบแล้ว พอขึ้นตียงผ่าตัดหมอก็จะเริ่มฉีดยาชาซึ่งไม่เจ็บนะคะสำหรับตัวบิวเองมันเฉยมากๆ อ่ะฉีดสิวยังเจ็บกว่าอีก แล้วคุณหมอก็มือเบามากด้วย จากนั้นก็เริ่มทำตาสองชั้นค่ะ ระหว่างทำคุณหมอก็จะให้ลืมตาเพื่อเช็คตลอดและก็ลุกมาดูกระจกเพื่อให้เราดูว่าโอเคมั้ย แล้วก็จะอธิบายไปด้วย พอทำตาดูดไขมันเสร็จก็ถึงเวลาเปิดหัวตาต่อ ทีนี่ก็เริ่มฉีดยาชาที่หัวตาแต่รอบนี้เจ็บอ่ะ หมอก็จะบอกล่วงหน้าว่าจะเจ็บหน่อยนะตรงนี้ แต่ก็มีสะดุ้งนะ จากนั้นก็ไม่รู้สึกแล้วค่ะคุณหมอก็จะทำไปเรื่อยๆ หลังทำเสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปที่ห้องรอและให้ประคบเย็นค่ะ ประมาณ 15 นาทีก็กลับบ้านได้ แต่บิวยังไปเดินเล่นสยามต่อแปปค่ะนึง การดูแลหลังทำศัลยกรรมตาการดูแล เปิดหัวตา

หลังทำก็ไม่ยากคือเจ้าหน้าที่บอกให้ประคบเย็นเยอะในช่วง 3 วันแรกจะช่วยลดบวม ซึ่งต้องบอกว่าของบิวบวมน้อยมากนะมีช้ำๆแค่ตรงหัวตาที่เย็บไว้เท่านั้นเองซึ่งหลังทำใส่แว่นไว้ก็ไม่มีใครรู้นะ ชอบมากๆพูดเลยหน้าเปลี่ยนเลยค่ะหลังทำจะมีนัดตัดไหมที่หัวตา 7 วันแต่ตรงที่ทำตาไม่มีการตัดไหมค่ะ จากนั้นตาก็ค่อยๆเข้าที่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรากลายเป็นคนชอบส่องกระจกทุกวัน ชอบตาใหม่มากๆ การทำตา-เปิดหัวตาไม่น่าน่ากลัวอย่างที่คิดเลยศัลยกรรมผ่าตัดเปิดหัวตา การเปิดหัวตาคืออะไร หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับการศัลยกรรมทำตาสองชั้น แต่อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า “ ผ่าตัดเปิดหัวตา ” ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตานั้นเป็นการแก้ไขและตกแต่งหนังตาบนที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตาทำให้ตาเป็นชั้นเดียว สำหรับคนเอเชียหรือคนไทยส่วนใหญ่จะมีรูปตาที่เล็กกว่าคนยุโรปสาเหตุที่ดวงตาดูเล็กนั้น เป็นเพราะบริเวณหัวตาจะมีรอยพับของหนังตา ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น และยังทำให้มองเห็นสันจมูกได้ชัดเจนมากขึ้น หากมองก็จะรู้สึกเหมือนจมูกโด่งขึ้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การผ่าตัดเปิดหัวตาได้รับความนิยมมากทั้งเหล่าดารา เซเลป ทำให้ตอนนี้การผ่าตัดเปิดหัวตากลายเป็นเทรนด์มาแรงกันทั่วโลกการผ่าตัดเปิดหัวตาเป็นการศัลยกรรมตกแต่งเนื้อบริเวณหัวตาให้ได้รูปที่สวยงาม โดยใช้เทคนิคเฉพาะทาง ซึ่งหากใครอยากทำตาสองชั้นด้วย ก็สามารถทำควบคู่ในครั้งเดียวกันได้เลยค่ะ จะทำให้ดวงตาดูสวยคมมากยิ่งขึ้นแน่นอนความเปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัดหลังการผ่าตัดอาจจะรู้สึกตึงรอบๆ ดวงตา แต่จะหายเป็นปกติใน 1 สัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลังการผ่าตัดนั้นจะเห็นตาขาวตรงบริเวณหัวตามากขึ้น ทำให้ดวงตาดูเรียวยาว หัวตาแหลมมากขึ้น ตาโตและหวานมากขึ้น การศัลยกรรมผ่าตัดเปิดหัวตาจึงเหมาะกับสาวๆ คนไทยที่อยากให้ดวงตาโต ดวงตาหวานสวย
ขั้นตอนการผ่าตัดเปิดหัวตาสำหรับการผ่าตัดเปิดหัวตานั้นจะใช้ระยะเวลาไม่นาน เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก หลังทำการผ่าตัดแล้วคนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ข้อสำคัญที่ต้องระวังคือ การผ่าตัดศัลยกรรมเปิดหัวตาควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เปิดหัวตา.

เสริมหน้าผาก จะศัลยกรรมทั้งทีเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากจะทำสวยก็ต้องสวยให้สุด

เสริมหน้าผาก จะศัลยกรรมทั้งทีเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากจะทำสวยก็ต้องสวยให้สุด แน่นอนว่าการเสริมหน้าผากก็เป็นหนึ่งในกลุ่มศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่มีลักษณะหน้าผากไม่เรียบเนียน หน้าผากมีลักษณะแคบเกินไป หรือรวมไปถึงริ้วรอยที่เกิดขึ้นในส่วนของหน้าผากเมื่อมีอายุมากขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมหน้าผากนั่นเอง และในเรื่องของการปรับแต่งศัลยกรรมหน้าผากนี้ก็สามารถแบ่งออกประเภทออกมาย่อยๆ ได้อีก แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ.

เสริมหน้าผาก
ลักษณะของการศัลยกรรมหน้าผากการเสริมหน้าผากหรือการปรับแต่งหน้าผากนั้น เราจะสามารถแบ่งแยกออกมาได้เป็น 2 ประเภทย่อยๆ ดังนี้ค่ะ
เสริมหน้าผากด้วยวัสดุถาวร ยกตัวอย่างเช่น หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินในชื่อของกระดูกเทียมนั่นเอง รวมไปถึงการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน หรือแม้แต่ฟิลเลอร์ก็จะยังสามารถนำมาใช้ฉีดเติมเต็มเพื่อเสริมหน้าผากได้อีกเช่นกันค่ะ
ศัลยกรรมหน้าผากด้วยการลดกระดูกเหนือคิ้วหรือการกรอหน้าผาก โดยทั่วไปแล้วการกรอหน้าผากนั้นจะสามารถกรอได้ 3-5 มิลลิเมตร โดยแผลที่เกิดจากผ่าตัดนั้นจะเป็นรอยตามแนวคาดผม ดังนั้นคนไข้จึงหมดกังวลเรื่องแผลเป็นไปได้เลยค่ะ เสริมหน้าผาก
ขั้นตอนและวิธีการเสริมหน้าผากเสริมหน้าผากด้วยการฉีดไขมัน ซึ่งการเสริมหน้าผากด้วยวิธีนี้จะเป็นการนำไขมันมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้ทำ เช่น ต้นขา หน้าท้อง จากนั้นจะต้องผ่านกระบวนการแยกเซลล์ของไขมันออกมาแล้วจึงจะนำไปฉีดเพื่อเสริมหน้าผาก และการศัลยกรรมวิธีนี้แพทย์จะให้ยาสลบคนไข้ก่อนจึงจะเริ่มทำการผ่าตัด สำหรับคนไข้ที่ไม่ต้องการนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเสริมในร่างายก็มักจะเลือกใช้วิธีนี้ในการเสริมหน้าผาก ถ้าพูดถึงในเรื่องของผลข้างเคียงนั้น ต้องขอแสดงความยินดีกับคนไข้ที่เลือกเสริมหน้าผากด้วยไขมันไว้เลย เพราะว่าแทบจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย เพราะเป็นการเสริมหน้าผากโดยใช้เซลล์ของร่างกายตัวเองค่ะสำหรับใครที่ต้องการเสริมหน้าผากแบบไม่ใช้ไขมันตัวเองก็สามารถเลือกใช้ซิลิโคนในการเสริมหน้าผากได้เช่นกันค่ะ สำหรับการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้น แพทย์จะทำการเปิดปากแผลใต้แนวเส้นผมก่อนแล้วจึงจะทำการใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อและจัดรูปทรงให้พอดีเข้ากับใบหน้าของคนไข้ และการผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้นมีข้อดีคือมันสามารถอยู่ได้นานกว่า โดยปกติแล้วการเสริมหน้าผากด้วยวิธีฉีดไขมันนั้นจะมีระยะเวลาของมันเองอนยู่ที่ประมาณ 1 ปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้นจะมีระยะเวลามากกว่าการเสริมหน้าผากด้วยวิธีฉีดไขมัน แต่หลายๆ ครั้งคนไข้ก็มักจะเลือกวิธีฉีดไขมันมากกว่าเพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน
และนี่ก็เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าผากที่โรงพยาบาลเอเชียนำมาฝากกันค่ะ อย่างไรก็ตามการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อเสริมความงามนั้น คนไข้ควรจะต้องศึกษาถึงข้อมูลเบื้องต้นของการศัลยกรรมในแต่ละประเภทที่เลือกทำให้มีความเข้าใจเสียก่อน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศัลยกรรมนั้นก็คือ ห้ามฝ่าฝืนข้อแนะนำหรือคำสั่งที่ศัลยแพทย์กำชับมา เพื่อให้การศัลยกรรมประสบความสำเร็จไม่ต้องเสียเวลามาแก้ไขอีกหลายๆ รอบค่ะ
หลายคนต้องไว้ผมหน้าม้ายาวๆไว้ตลอดเพราะ หน้าผากไม่สวยบ้าง หน้าผากบุ๋ม หรือไม่เท่ากันทำให้ทำผมทรงอื่นไม่ได้เลย ไม่กล้าจะอวดหน้าผากเพื่อโชว์โหวงเฮ้งรับทรัพย์ จริงๆแล้วหน้าผากถือเป็นอีกส่วนที่สำคัญของใบหน้าเลยละคะ ถ้าคุณมีหน้าผากไม่สวย หน้าผากแบน ก็ทำให้หน้าดูไม่มีมิติเอาซะเลย เห็นอย่างงี้แล้วดารานักร้องหลายๆท่าน ก็ทำหน้าผากกันเยอะเลยทีเดียวเวลามัดผมสัดส่วนของใบหน้าก็จะดูมีวอลลุ่ม แถมดูมีเสน่ห์ ทำให้หน้าเด็กขึ้นอีกด้วยค่ะหากคุณกังวลกับการที่ต้องฉีดไขมันแล้วต้องมาเติมอีกละก็ การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถอยู่ไปได้ตลอดชีวิต แถมดูมุมไหนก็เป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะเนื่องจากซิลิโคนนั่นทำมาเพื่อให้รับกับหน้าผากของแต่ละคนโดยเฉพาะเลยทีเดียวไม่ใช่ว่าเอาซิลิโคนสำเร็จรูปมาใส่ให้เหมือนอย่างทั่วๆไป ฉะนั้น หน้าผากของคุณ จะดูเป็นธรรมชาติ ซิริโคนจะยึดติดกับกระดูกและผิวหนังของเราไปเลยโดยไม่มีช่องว่าง ให้ต้องกังวลเลยค่ะ เสริมหน้าผาก

คลินิกเสริมความงามและถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก

คลินิกเสริมความงามมีคนชอบถามผมว่า จะเลือกวิธีไหนดีระหว่าง ร้อยไหม กับ ดึงหน้า? ฉีดฟิลเลอร์ หรือ เสริมซิลิโคน? ทำเลเซอร์ หรือผ่าตัด? ผมขออธิบายโดยรวมอย่างนี้ครับ สำหรับการเสริมความงามตามหลักการแพทย์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไปดังนี้ครับ คลินิกเสริมความงาม.

คลินิกเสริมความงาม

1. Non-Invasive/Non-Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด เช่น เลเซอร์ โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และการทาครีมต่างๆ วิธีเหล่านี้ ข้อดีคือ สามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่มีแผลผ่าตัด แต่ข้อเสีย คือ ผลที่ได้ไม่ถาวร เช่น โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ต้องมีการฉีดเพิ่มเรื่อยๆ การร้อยไหมอาจอยู่ได้เพียง 1-2 ปี ซึ่งให้ผลการรักษาได้เพียงชั่วคราวทำนั้น หรืออาจแก้ปัญหาได้เฉพาะสิ่งที่เป็นน้อยๆ ไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นมากๆได้ เช่น ร่องแก้มลึกๆ ใบหน้าหย่อนยานมากๆ ซึ่งอาจแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากๆและชัดเจนได้ครับ ดังนั้น วิธีการเสริมความงามแบบไม่ต้องผ่าตัดจึงเหมาสมกับอาการหรือริ้วรอยที่ยังไม่มีความผิดปกติมาก และสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ไม่มีแผล แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผลลัพธ์ในการรักษาอาจไม่ชัดเจน และไม่ถาวร คลินิกเสริมความงาม

2. Invasive/ Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ต้องอาศัยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) เช่น การเสริมจมูก ทำตา เสริมหน้าอก ดึงหน้า ดูดไขมัน เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีข้อดีคือ สามารถแก้ไขอาการหรือสิ่งที่เป็นมากๆได้ และให้ผลการรักษาที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน และถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก เมื่อทำศัลยกรรมแล้วก็จะให้ผลเปลี่ยนแปลงชัดเจน ถาวร และสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต หากไม่มีผลแทรกซ้อนครับ ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เมื่อทำศัลยกรรมออกมาแล้วจะให้ผลลัพธ์ที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยลงอย่างชัดเจน ร่องรอยลึกต่างๆหายชัดเจน ทำให้ลดอายุลงไปได้ 10-20 ปี เลยทีเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ คนไข้จะต้องดูแลรอยแผลจากการผ่าตัดให้ดี และจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่ยาวนานกว่าการเสริมสวยแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non Invasive) ดังนั้น การทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ให้ผลลัพธ์ถาวร และกรณีที่ต้องการแก้ไขอาการผิดปกติมากๆบนใบหน้าครับ ทั้งนี้ คนไข้ก็จะต้องเข้าใจก่อนครับว่าการผ่าตัดศัลยกรรมจะต้องมีแผลผ่าตัด และต้องคำนวณเวลาในการพักฟื้นให้ดี รวมถึงจะต้องมีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยครับ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการเสริมความงามแบบใด สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณจะต้องรู้ และศึกษาให้ดีถึงข้อดี-ข้อเสีย ผลที่คาดว่าจะได้รับจากวิธีนั้นๆ รวมถึงผลแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยละเอียด และจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นครับ

เสริมคางโมงเช้านะคะ แนนก็ได้ทานข้าวต้มไปตอนเช้า

เสริมคางวันผ่าตัด คิว10.00โมงเช้านะคะ แนนก็ได้ทานข้าวต้มไปตอนเช้า ใส่เสื้อกระดุมหน้า บ้านปากแปรงฟันอย่างดี แต่งน่าก็ทาแค่คอนซีลเลอร์ปิดใต้ตา ทาคิ้ว และปาก แค่นั้นค่ะ ขาไปเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เมื่อไปถึงก็แจ้งชื่อ เซ็นสัญญา จ่ายเงิน และรับยาแก้บวม แก้อักเสบค่ะ รอนานพอสมควรเหมือนกัน บ่ายโมงถึงได้ทำ เสริมคาง.

เสริมคาง

เสริมคางเพราะหมอดันมีเคสแก้ด่วนเข้ามา แต่ก็โอเคค่ะ ก็ได้มีการบ้วนปาก ล้างหน้า เปลี่ยนชุด(ถอดทุกอย่างออกทั้งเครื่องประดับเพชรพลอยต่างๆ ง่ายๆว่าถอดหมดเหลือแต่กกน.ค่ะ และใส่ชุดคลุมสีเขียวของทางคลีนิค รวมถึงหมวกคลุมผม) และเราขอคุณหมอปรึกษาก่อนทำ เวลานั้นก็เอาแบบให้คุณหมอดู อยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ก็ว่าไป คุยเสร็จก็เดินมานั่งรอต่อ พอคุณพี่ผู้ช่วยหมอมาเรียกไปเตรียมตัว ก็เดินข้าไปในห้องผ่าตัดค่ะ ถึงจุดนี้เพิ่งเข้าใจค่ะที่อ่านๆรีวิวมาและที่เขาเรียกเขียงผ่าๆมันคืออย่างนี้นี่เอง มันคือเขียงผ่าจริงๆค่ะ ในห้องเย็นมาก อารมณ์คล้ายตอนไปทำฟัน แต่เปลี่ยนจากเตียงนุ่มๆ เป็นเหมือนนอนบนแสตนเลสเย็นๆโดยมีผ้ามารองหลายๆชั้น แนนก็ขึ้นเขียงและเอนตัวนอน เสริมคาง พี่ผู้ช่วยหมอก็เอาผ้ามาคลุมตัวเราทั้งตัว รวมถึงใบน่า เหลือไว้ก็แต่บริเวณเบ้าน่า(ไม่รู้จะเรียกว่าไร) และพี่ผู้ช่วยหมอก็เริ่มเอาสำลีชุบน้ำอะไรสักอย่างเย็นๆมาเช็ดน่าเรา เหมือนทำความสะอาด แนนไม่แน่ใจว่าใช่แอลกอฮอล์รึเปล่า และหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าจะเป็นคอตตอนบัดแบบยาวชุบอะไรสักอย่าง(อีกแล้ว)เย็นๆ สีส้มๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเบตาดีนรึเปล่า มาเช็ดให้เราทั้งน่าพร้อมทั้งบอกว่า ถ้าคันตรงไหนให้บอก อย่าเอามือขึ้นมาเกานะ เราก็โอเค และก็นอนรอหมอไปเรื่อยๆ รู้สึกน่าตึงมากๆน่าจะเป็นเพราะเบตาดีนที่พี่เค้าทาให้รอบหลัง

เมื่อคุณหมอมา ใจเต้นแรงมากๆๆๆ ทั้งกลัว ทั้งกังวลเลยค่ะ แต่ก็คล้ายอารมณ์ตอนทำฟันมากๆ คุณหมอวิเคราะห์ใบน่าอยู่พักนึง และเริ่มเอาปากกามาวาดที่คาง พี่ผู้ช่วยหมอเปิดเพลง และคุณหมอก็เริ่มบรรเลงเลยค่ะ เริ่มแรกให้อ้าปากและฉีดยาชาจึกแรกเข้าที่หนังปากด้านใน(ขอเรียกการฉีดยาชาลงไป1ทีว่า 1จึกนะคะ เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองโดนไปกี่เข็ม แต่พอจะรู้เป็นจึกค่ะ ทำไมต้องเป็นจึก? เพราะเวลาคุณหมอดึงเข็มออกมันดัง”จึก”จริงๆค่ะโดยเฉพาะตอนที่ปากเริ่มชาแล้ว) ถามว่าเจ็บไหม ณ ตอนนั้นก็เจ็บนะคะแต่ไม่มาก นิดหน่อยค่ะเหมือนทำฟัน และก็ตามด้วยจึกที่สองด้านใน คุณหมอรอให้ปากแนนชา ถามอยู่เรื่อยๆว่าชายัง เอามือมาดึงหนังปากล่างเรา ถามว่าชารึยังอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งชาจริงๆ แนนเลยบอกคุณหมอว่า “ชาแล้ค่ะ”(มันชาจนพูดไม่ชัด) คุณหมอก็เริ่มฉีดยาชาต่อที่คางด้านนอก ไม่ต่ำกว่า 5จึก ซ้าย กลาง ขวา บน ล่าง อย่างเมามัน (ณ จุดนี้รู้สึกว่าปากล่างใหญ่มากค่ะ) พี่ผู้ช่วยพยาบาลมีหน้าที่หลักคือดึงปากล่างเราค่ะ(ปากล่างจะถูกดึงตลอดยันจบงาน) ครืดดดด… เสียงเครื่องเลเซอร์เริ่มทำงาน และหมอก็เริ่มใช้เลเซอร์ที่เป็นเหมือนเข็มไซส์ใหญ่ๆหรือหัวปากกา ทำนองนั้นค่ะ จี้ที่หนังปากด้านในของเราค่ะเพื่อเป็นการเปิดช่องตรงนั้นและเอาซิลิโคนใส่(ความรู้สึกตอนนี้ ไม่เจ็บเลยค่ะ เพราะด้านชาไปแล้ว แต่พอจะรู้ค่ะว่าคุณหมอทำอะไร) และกลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ก็ตามมา รู้สึกได้เลยว่าเลือดไหลเยอะมากถึงแม้พี่ผู้ช่วยหมอจะดูดเลือดให้อยู่ตลอดก็ตาม แอบลืมตาขึ้นมาหน่อย เห็นเลือดตัวเองกระเด็นอยู่บนอากาศก็รีบหลับตาแทบไม่ทันเลยค่ะ เลาะตรงนั้นอยู่นาน มีช่วงที่รู้สึกว่าเจ็บ ก็บอกหมอ หมอเพิ่มยาชาให้อีกสองสามจึกที่คางด้านนอกค่ะ หลังจากนั้นพอเลาะได้เกือบสำเร็จ คุณหมอก็พูดขึ้นมาว่า “เนื้อเราบางจริงๆ หมอล่ะกลัว” อ้าววว…ในใจเราก็แป้วสิคะ จี้ไปจี้มาทะลุออกมานอกปากทำไง(ตอนนี้ ตัวเย็นมาก เท้านี้เกร็งนิ้วเกี่ยวกันไว้เลยค่ะ) คุณหมอทำไปร้องเพลงไป แลดูมีความสุขมาก แต่เราไม่(คือ กลัวมากๆ) คุณหมอบอกให้พี่ผู้ช่วยหยิบเครื่องมืออะไรสักอย่างมาซึ่งเราคิดว่าเป็นตะไบ และนำมาขูด ครืดๆๆๆ ที่ด้านในคางด้านซ้าย เรารู้สึกเจ็บๆปวดๆเลยบอกคุณหมอ.

ศัลยแพทย์เสริมนมตกแต่งหนุ่มอารมณ์ดีอีกหนึ่งท่านของวงการ

เสริมนม คุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอก
1. มีความคาดหวังในความเป็นจริง
2. มีสภาวะทางจิตใจที่มั่นคง
3. มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
4. ไม่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
5. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เสริมนม.

เสริมนม

การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดด้วยการใช้ซิลิโคนโดยศัลยแพทย์  มีวิธีการเปิดแผลใต้ราวเต้านม เปิดแผลบริเวณปานนม โดยการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ แม้ว่าการเสริมเต้านมในสาวประเภทสองและผู้หญิงทั่วไปมีวิธีการผ่าตัดที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่ลักษณะทางกายภาพนั้นแตกต่างกัน เนื้อของสาวประเภทสองนั้นจะมีลักษณะเนื้อที่ตึงและมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการเสริมเต้านมให้เหมือนผู้หญิง  เสริมนม การมีเทคนิคทางเลือกที่หลากหลายจึงเกิดขึ้นในการศัลยกรรมเต้านมเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล    ผู้ที่ผ่าตัดควรทราบว่าศัลยกรรมการเสริมเต้านมสามารถเลียนแบบเต้านมผู้หญิงได้ไม่สมบูรณ์แบบ.

ศัลยแพทย์ตกแต่งหนุ่มอารมณ์ดีอีกหนึ่งท่านของวงการ ด้วยเทคนิคเฉพาะของคุณหมอ ที่ผ่าตัดแผลเล็ก พักฟื้นน้อย บวกกับห้องผ่าตัดระดับมาตรฐานแบบปลอดเชื้อที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ เลยทำให้ หลายคนมั่นใจว่ามาทำแล้วไม่เหมือนโดนสิบล้อทับแน่นอน แถมคุณหมอก็ออกทีวี ตั้งหลายรายการ แบบนี้ยิ่งการันตีความเชื่อมั่นอีกทาง.

ถือเป็นศัลยแพทย์อีกหนึ่งท่านที่กำลังมาแรง แซงทุกโค้งย่านรัชดา ด้วยความพร้อมทั้งด้าน ศัลยกรรม และผิวพรรณความงาม รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ จนทำให้ลูกค้าไว้ใจและยอมรับในฝีมือ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่ขึ้นอยู่ว่าแผลเล็กและพักฟื้นน้อย.

หมอหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอีกท่านนึงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะต้องบอกว่าตอนนี้จะมีลูกสาว ที่มาเสริมหน้าอกสวยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากสาวๆ จะติดใจในความน่ารัก ใจดีของ คุณหมอแล้ว ยังได้ชื่อว่าทำหน้าอกออกมาได้ทรงสวย ฟื้นตัวไว จนหลายคนเริ่มจับจ้องผลงานของ หมอพอลท่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ.

หลังจากตอนที่แล้ว ทางหมอได้ไขข้อข้องใจให้เหล่าคุณแม่มือใหม่ที่สนใจจะทำอกกันไปแล้ว   วันนี้เลยขอเอาใจเหล่าสาวแท้และสาวเทียมที่สนใจเป็นเด็กใหม่ในวงการศัลยกรรมนมกันบ้าง โดยวันนี้หมอจะมาพูดถึง ความรู้สึกหลังการผ่าตัดของคนที่วางซิลิโคนไว้คนละตำแหน่งกันบ้างดีกว่าครับ “อย่างวางไว้ที่เหนือกล้ามเหนือกับใต้กล้ามเนื้อมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?”

ไขข้อข้องใจ3. หลังผ่าตัดจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง? ถ้าผ่าตัดใส่ไว้ใต้กล้ามเนื้อ

ตอบ      โดยปกติแล้วการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น  หมอเป็นผู้เลือกตำแหน่งการวางตัวซิลิโคนให้ลูกค้าแต่ละรายไม่เหมือนกันครับ  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับกายภาพเดิมของลูกค้าที่เข้ารับการผ่าตัดในแต่ละรายว่ามีเนื้อด้านข้างมากน้อยเท่าไหร่ กล้ามเนื้อแข็งแรงหรือไม่  ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณอกมากหรือน้อยไป? และอย่างสุดท้ายหนังคุณบางเกินไปหรือเปล่า  ทุกคำถามที่กล่าวไปนั้นคือหลักการที่คุณหมอทุกท่านจะใช้ในการพิจารณาว่าคุณลูกค้าทั้งหลายเหมาะที่วางซิลิโคนไว้ที่ตำแหน่งไหนนั้นเองครับ.

การผ่าตัดไม่ยุ่งยากมากนัก ผลข้างเคียงน้อย และที่สำคัญหายเร็วเหมาะกับเหล่าสาวๆนักกีฬา หรือสาวที่มีไขมันหรือเนื้อเต้านมเพียงพอที่จะเป็นกันชนระหว่างผิวเหนือกับเต้านมเทียมนั้นเองครับ

ข้อดีของตำแหน่งการวางตัวที่ตำแหน่งนี้คือ ไม่มีการเคลื่อนตัวของถุงเต้านมเทียมขณะที่มีการขยับตัวของกล้ามเนื้อ ได้รับความเจ็บปวดน้อยกว่า(ในระยะแรก) และมองดูเป็นธรรมชาติครับ ส่วนข้อเสียก็คือในรายที่มีผิวหนังบาง เมื่อใส่แล้วมีโอกาสที่จะคลำพบขอบเต้านมเทียมได้สูงกว่าคนปกติครับ รวมทั้งมองเห็นขอบเต้านมง่ายกว่า ตัวเต้านมก็มีโอกาสคล้อยได้มากกว่า ทำให้เต้านมจริงถูกเบียดได้มากกว่าหรือหดแฟบได้มากกว่า แล้วถ้านวดไม่ดีเวลาเกิดพังผืดรัดจะมองเห็นได้ชัดกว่านั้นเอง

2.การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยวางตำแหน่งถุงเต้านมเทียมไว้ใต้กล้ามเนื้อ

เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะจะอาศัยกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยหนุนให้อกดูอวบอูม แต่หลังการผ่าตัดจะบวมและปวดนานมากกว่าเหนือกล้ามเนื้อ

ข้อดีของการวางไว้ที่กล้ามเนื้อคือคลำพบขอบถุงซิลิโคนได้น้อยกว่า มองเห็นขอบได้ยากกว่า พบรอยย่นน้อยกว่า มีโอกาสคล้อยน้อยกว่า เต้าจริงมีโอกาสถูกเบียดหรือหดลงน้อยกว่า เวลาเกิดพังผืดจะมองเห็นไม่ชัด ข้อเสียในการทำแบบนี้คือมีการเคลื่อนตัวของถุงฯขณะที่มีการขยับของกล้ามเนื้อ เจ็บมากกว่า(ในระยะแรก) มองเห็นขอบใต้รอบนมไม่ชัด หน้าอกห่าง มีโอกาสที่อกจะไม่คล้อยสวยดูเป็นธรรมชาติ.

เสริมหน้าอก ราคา บางครั้งไม่สามารถใส่ซิลิโคนผ่านทางปานนมได้

เสริมหน้าอก ปัญหาการเลือกแผลผ่าตัด อันนี้เป็นปัญหาของเพศที่สามที่มักพบปานนมมีขนาดเล็ก ทำให้บางครั้งไม่สามารถใส่ซิลิโคนผ่านทางปานนมได้ ปัญหาที่เกิดจากการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่เกินไป หลักการสำคัญในการเสริมหน้าอก คือ การกำหนดขนาดของซิลิโคนให้พอเหมาะกับเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าอกแต่ละข้าง เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก หรือเรียกว่าความกว้างของฐานหน้าอก (Breast width) ซึ่งถ้าหากว่าแพทย์ใส่อยู่ในมาตรฐานนี้แล้ว ก็จะทำให้หน้าอกนี้เสริมออกมาแลดูไม่ผิดสัดส่วน แต่ในกรณีบางคนมีความจำเป็นหรือมีความต้องการที่จะใส่ให้มีขนาดใหญ่กว่าที่ควรจะเป็นมากเกินไป อาจพบปัญหาได้คือ ซิลิโคนล้นออกมาทางด้านข้างมากขึ้น เพราะไม่สามารถขยับดันเข้าไปด้านในได้ เนื่องจากติดกล้ามเนื้อ ส่งผลทำให้ผิวหนังด้านข้างตึงขึ้น ผิวหนังที่บางอยู่แล้วมีลักษณะบางมากขึ้นไปอีก และเห็นขอบซิลิโคนได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อปล่อยไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดรอยย่นที่มีลักษณะคล้ายกระดาษพับ (Ripping breast) บริเวณขอบซิลิโคน หรืออาจทำให้มองเห็นซิลิโคนเป็นสองลอนหรือสองเต้า (Double Bubble) ดังนั้น เทคนิคในการเสริมจึงเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้งชนิดของซิลิโคนที่เหมาะกับคนผอมบางไม่มีเนื้อนมด้วย เสริมหน้าอก

ลองไซส์ที่ชอบและเตรียวตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด

เสริมหน้าอกให้ดูแล้วสวยงาม ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนผ่าตัด โดยการปรึกษากับแพทย์ผู้ที่จะทำผ่าตัดให้ โดยจะมีการตรวจร่างกาย วัดคาวมกว้างของผนังหน้าอก และให้ลองใส่ซิลโคนใต้เสื้อดูว่าขนาดไหนเป็นขนาดที่ชอบและสวยที่สุด ขนาดความกว้างของหน้าอกจะเป็นตัวกำหนดฐานของซิลิโคน ส่วนจะต้องการใหญ่มากหรือน้อย ทรงของซิลิโคนจะช่วยให้ใส่ได้ใหญ่ขึ้น โดยเลือกทรงที่สูงขึ้น เช่น ความกว้างของผนังหน้าอก 12 เซนติเมตร จะใส่ซิลิโคนทรงต่ำ (Low profile) ได้ 250 ซีซี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นทรงสูง (High profile) จะใส่ได้ถึง 375 ซีซี ขนาดของเต้านมก็จะใหญ่ขึ้นประมาณ 1 ถึง 2 คัพ ตามลำดับ คนที่ผอมบางไม่ค่อยแนะนำให้ใส่ใหญ่มาก เพราะนอกจากจะไม่เหมาะกับสรีระอันจะมีผลทำให้ปวดหลังได้แล้ว ยังจะเห็นขอบและรอยย่นของซิลิโคนภายหลังได้ง่าย บางครั้งหมอจะใช้ไขมันจากต้นขาหรือพุงมาเสริมเนื้อด้านบนให้ดูหนาขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อาจเติมไขมันก่อนเสริมหรือทำภายหลังเพื่อแก้ปัญหาก็ได้ ในต่างประเทศนิยมแก้ด้วยการใช้หนังเทียมหุ้มรอบซิลิโคนเพื่อแก้ไข แต่ราคายังค่อนข้างแพงจึงไม่เป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา สำหรับเพศที่สามแนะนำเป็นทรงสูงหน่อย เช่น Moderate plus หรือ High profile เพราะถ้าใส่ทรงต่ำจะดูไม่ขึ้นเต้า

อกสวยเป็นธรรมชาติด้วยการเสริมใต้กล้ามเนื้อและใต้ผิวหนัง