แก้ตาตก วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น

แก้ตาตก วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น ไม่ว่าปัญหาใด ต้องศึกษาหาข้อมูลให้แน่ชัดรอบคอบ การทำศัลยกรรมต้องทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เลือกสถานที่และห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อมาตรฐานสากลก่อนการตัดสินใจทีมเลดี้ถ่ายคลิป ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดกันชัดๆ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นของจริงกันจะๆ ผู้ที่มีอายุมากขึ้น.

แก้ตาตก

หนังตาชั้นบนมักตกลง ทำให้ชั้นตาเล็กลง และหนังตามักจะมีรอยย่น หย่อนยานมากขึ้น โดยที่บางครั้งชั้นตาอาจตกลงมาปิดชั้นม่านตาได้ หรือทำให้ขนตาม้วนเข้าด้านใน ทำให้ระคายเคืองตาได้ วิธีการตกแต่งหนังตาบน เป็นวิธีการที่จะช่วยตัดไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออก ช่วยให้ชั้นตาใหญ่ขึ้น พร้อมกับลดไขมันที่ตาบนในบางตำแหน่งได้ และยังสามารถย้ายไขมันไปเติมในบางตำแหน่งที่ขาดไขมันได้ แก้ตาตก
ต้องการชั้นตาสูง ต่ำ แค่ไหนไขมันที่ต้องการตัดโดยทั่วไป ไขมันที่หนังตาบนแยกคร่าวๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ด้านใน (หัวตา) และด้านนอก โดยปกติแล้ว ในการผ่าตัดมักจะตัดไขมันด้านนอกเป็นส่วนใหญ่ สำหรับไขมันด้านในจะตัดออกเฉพาะในบางรายที่มีไขมันพวกนี้มาก
หางตาโดยทั่วไป รูปร่างหางตาจะแบ่งเป็นหางตาชี้ขึ้น เพื่อให้รูปทรงของตาสดใสขึ้น หรือรูปของหางตาเป็นธรรมชาติก็จะตกลงเล็กน้อย
ขนตาในบางคนที่ขนตาเริ่มม้วนเข้าด้านใน อาจต้องการให้ขนตาม้วนออกเหมือนเดิมต้องดึงขมับหรือดึงหน้าผากร่วมด้วยหรือไม่
หางตาตกโจทย์ที่แก้ไม่ตรง ทำไมบางคนทำตาสองชั้น หรือผ่าตัดหนังตาบน จึงประสบความสำเร็จ ดูสวยและอ่อนวัย ขณะเดียวกับอีกกลุ่มหนึ่งกลับทำแล้วผิดหวัง ยิ่งทำยิ่งดูแก่ลง (สู้ไม่ทำเสียดีกว่า)
คำตอบก็คือ วิเคราะห์ปัญหาผิด ทำให้แก้ไขไม่ตรงจุดปัญหาเรื่องหนังตาตก เกิดจากหนังตาที่เกินและหางคิ้วที่ตกหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับว่าอันไหนมากกว่ากัน บางคนเกิดมาพร้อมกับคิ้วที่ต่ำ โอกาสที่หนังตาจะตกมาปิดทำให้ดูเศร้าๆก็มีมากกว่าคนที่มีระดับคิ้วที่สูงกว่า เรียกว่าเสียเปรียบเชิงกลกันตั้งแต่ออกสตาร์ท เมื่อถึงวัยหนึ่งประมาณ35อัพ นอกจากหนังตาที่เริ่มตกมาบังชั้นตาแล้ว คิ้วก็ต่ำลงมาโดยเฉพาะหางคิ้ว จุดนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมตาเราดูไม่สดใสเหมือนเดิม ดูตกๆยังไงชอบกล และมักจะโทษหนังตาที่เกินเป็นสาเหตุ พอไปพบแพทย์ก็จัดการตัดหนังตาส่วนเกินออกให้ สนองความคิด(ผิดๆ) ทันที ผลปรากฎว่าผิดหวัง ไม่เป็นเหมือนอย่างที่คิดทำไมหรือ คนส่วนมากอยากให้หางตาไม่ตกชนิดปลายเปิด ไม่ใช่หางตาลู่ลงอย่างที่ได้จากการตัดหนังตา นั่นหมายถึงการยกสูงของหางคิ้วพร้อมๆกับปลายชั้นตาที่ยกขึ้นไม่ลู่ลง เป็นภาพที่เหมือนกับการดึงหน้าผากส่วนที่อยู่เหนือคิ้วขึ้นนั่นเองการแก้ไขที่ถูกต้องจึงควรเป็นการยกหางคิ้วขึ้น เพื่อให้หางตายกขึ้นและปลายตาเปิดออกนั่นเอง ไม่ใช่การตัดหนังตาออก เพราะการทำเช่นนั้น นอกจากจะไม่ตอบโจทย์หรือสิ่งที่ตนเองอยากได้แล้ว บ่อยครั้งทำให้หางคิ้วและหางตาลู่ลงมากจนดูเศร้ากว่าเดิม ในกรณีที่มีหนังตเกินมากร่วมด้วย การยกหางคิ้วเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การเก็บหนังตาออกเล็กน้อยก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำร่วมด้วย
ภาวะตาตก/เปลือกตาตก ไม่ได้หมายถึงโรคใดโรคหนึ่ง แต่หมายถึงลักษณะที่ขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ อาจเป็นในตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ เกิดขึ้นได้จากหลายโรค แต่ละโรคก็จะมีลักษณะของตาตก อาการอื่นๆที่แตกต่างกัน แก้ตาตก.

เปิดหัวตา การผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น

เปิดหัวตา การผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น ความรู้สึกวันผ่าตัดทำตา เปิดหัวตาในวันผ่าตัดก็ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะแอบกลัวนิดๆ แต่บิวอ่านรีวิวเค้าบอกว่าหมอมือเบาก็สบายใจขึ้น หลังจากมาถึงพนักงานจะอธิบายขั้นตอนการดูแลหลังการทำและอธิบายการทานยาซึ่งที่คลินิกจะจัดให้เป็นเซตๆ จำง่ายค่ะ แล้วจากนั้นก็พาขึ้นด้านบนเป็นบริเวณห้องผ่าตัดและห้องรอ ซึ่งพนักงานจะพาเราไปล้างหน้าและล้างยาฆ่าเชื้อก่อน พอเสร็จก็นั่งรอค่ะ สักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาพาเข้าห้องผ่าตัดค่ะ แล้วคุณหมอจะเข้ามาเพื่อวัดชั้นตาอีกที โดยเป็นวัดกันเป็นมิลลิเมตรเลย.

เปิดหัวตา

 

จากนั้นคุณหมอก็จะให้ดูในกระจกว่าจะได้ประมาณไหนซึ่งตื่นเต้นมากๆ แค่เห็นก็ชอบแล้ว พอขึ้นตียงผ่าตัดหมอก็จะเริ่มฉีดยาชาซึ่งไม่เจ็บนะคะสำหรับตัวบิวเองมันเฉยมากๆ อ่ะฉีดสิวยังเจ็บกว่าอีก แล้วคุณหมอก็มือเบามากด้วย จากนั้นก็เริ่มทำตาสองชั้นค่ะ ระหว่างทำคุณหมอก็จะให้ลืมตาเพื่อเช็คตลอดและก็ลุกมาดูกระจกเพื่อให้เราดูว่าโอเคมั้ย แล้วก็จะอธิบายไปด้วย พอทำตาดูดไขมันเสร็จก็ถึงเวลาเปิดหัวตาต่อ ทีนี่ก็เริ่มฉีดยาชาที่หัวตาแต่รอบนี้เจ็บอ่ะ หมอก็จะบอกล่วงหน้าว่าจะเจ็บหน่อยนะตรงนี้ แต่ก็มีสะดุ้งนะ จากนั้นก็ไม่รู้สึกแล้วค่ะคุณหมอก็จะทำไปเรื่อยๆ หลังทำเสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปที่ห้องรอและให้ประคบเย็นค่ะ ประมาณ 15 นาทีก็กลับบ้านได้ แต่บิวยังไปเดินเล่นสยามต่อแปปค่ะนึง การดูแลหลังทำศัลยกรรมตาการดูแล เปิดหัวตา

หลังทำก็ไม่ยากคือเจ้าหน้าที่บอกให้ประคบเย็นเยอะในช่วง 3 วันแรกจะช่วยลดบวม ซึ่งต้องบอกว่าของบิวบวมน้อยมากนะมีช้ำๆแค่ตรงหัวตาที่เย็บไว้เท่านั้นเองซึ่งหลังทำใส่แว่นไว้ก็ไม่มีใครรู้นะ ชอบมากๆพูดเลยหน้าเปลี่ยนเลยค่ะหลังทำจะมีนัดตัดไหมที่หัวตา 7 วันแต่ตรงที่ทำตาไม่มีการตัดไหมค่ะ จากนั้นตาก็ค่อยๆเข้าที่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรากลายเป็นคนชอบส่องกระจกทุกวัน ชอบตาใหม่มากๆ การทำตา-เปิดหัวตาไม่น่าน่ากลัวอย่างที่คิดเลยศัลยกรรมผ่าตัดเปิดหัวตา การเปิดหัวตาคืออะไร หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับการศัลยกรรมทำตาสองชั้น แต่อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า “ ผ่าตัดเปิดหัวตา ” ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตานั้นเป็นการแก้ไขและตกแต่งหนังตาบนที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตาทำให้ตาเป็นชั้นเดียว สำหรับคนเอเชียหรือคนไทยส่วนใหญ่จะมีรูปตาที่เล็กกว่าคนยุโรปสาเหตุที่ดวงตาดูเล็กนั้น เป็นเพราะบริเวณหัวตาจะมีรอยพับของหนังตา ซึ่งการผ่าตัดเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาหวาน ตาโตและสวยงามมากขึ้น และยังทำให้มองเห็นสันจมูกได้ชัดเจนมากขึ้น หากมองก็จะรู้สึกเหมือนจมูกโด่งขึ้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การผ่าตัดเปิดหัวตาได้รับความนิยมมากทั้งเหล่าดารา เซเลป ทำให้ตอนนี้การผ่าตัดเปิดหัวตากลายเป็นเทรนด์มาแรงกันทั่วโลกการผ่าตัดเปิดหัวตาเป็นการศัลยกรรมตกแต่งเนื้อบริเวณหัวตาให้ได้รูปที่สวยงาม โดยใช้เทคนิคเฉพาะทาง ซึ่งหากใครอยากทำตาสองชั้นด้วย ก็สามารถทำควบคู่ในครั้งเดียวกันได้เลยค่ะ จะทำให้ดวงตาดูสวยคมมากยิ่งขึ้นแน่นอนความเปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัดหลังการผ่าตัดอาจจะรู้สึกตึงรอบๆ ดวงตา แต่จะหายเป็นปกติใน 1 สัปดาห์ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลังการผ่าตัดนั้นจะเห็นตาขาวตรงบริเวณหัวตามากขึ้น ทำให้ดวงตาดูเรียวยาว หัวตาแหลมมากขึ้น ตาโตและหวานมากขึ้น การศัลยกรรมผ่าตัดเปิดหัวตาจึงเหมาะกับสาวๆ คนไทยที่อยากให้ดวงตาโต ดวงตาหวานสวย
ขั้นตอนการผ่าตัดเปิดหัวตาสำหรับการผ่าตัดเปิดหัวตานั้นจะใช้ระยะเวลาไม่นาน เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก หลังทำการผ่าตัดแล้วคนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ข้อสำคัญที่ต้องระวังคือ การผ่าตัดศัลยกรรมเปิดหัวตาควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เปิดหัวตา.

เสริมหน้าผาก จะศัลยกรรมทั้งทีเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากจะทำสวยก็ต้องสวยให้สุด

เสริมหน้าผาก จะศัลยกรรมทั้งทีเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากจะทำสวยก็ต้องสวยให้สุด แน่นอนว่าการเสริมหน้าผากก็เป็นหนึ่งในกลุ่มศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่มีลักษณะหน้าผากไม่เรียบเนียน หน้าผากมีลักษณะแคบเกินไป หรือรวมไปถึงริ้วรอยที่เกิดขึ้นในส่วนของหน้าผากเมื่อมีอายุมากขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมหน้าผากนั่นเอง และในเรื่องของการปรับแต่งศัลยกรรมหน้าผากนี้ก็สามารถแบ่งออกประเภทออกมาย่อยๆ ได้อีก แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ.

เสริมหน้าผาก
ลักษณะของการศัลยกรรมหน้าผากการเสริมหน้าผากหรือการปรับแต่งหน้าผากนั้น เราจะสามารถแบ่งแยกออกมาได้เป็น 2 ประเภทย่อยๆ ดังนี้ค่ะ
เสริมหน้าผากด้วยวัสดุถาวร ยกตัวอย่างเช่น หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินในชื่อของกระดูกเทียมนั่นเอง รวมไปถึงการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน หรือแม้แต่ฟิลเลอร์ก็จะยังสามารถนำมาใช้ฉีดเติมเต็มเพื่อเสริมหน้าผากได้อีกเช่นกันค่ะ
ศัลยกรรมหน้าผากด้วยการลดกระดูกเหนือคิ้วหรือการกรอหน้าผาก โดยทั่วไปแล้วการกรอหน้าผากนั้นจะสามารถกรอได้ 3-5 มิลลิเมตร โดยแผลที่เกิดจากผ่าตัดนั้นจะเป็นรอยตามแนวคาดผม ดังนั้นคนไข้จึงหมดกังวลเรื่องแผลเป็นไปได้เลยค่ะ เสริมหน้าผาก
ขั้นตอนและวิธีการเสริมหน้าผากเสริมหน้าผากด้วยการฉีดไขมัน ซึ่งการเสริมหน้าผากด้วยวิธีนี้จะเป็นการนำไขมันมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้ทำ เช่น ต้นขา หน้าท้อง จากนั้นจะต้องผ่านกระบวนการแยกเซลล์ของไขมันออกมาแล้วจึงจะนำไปฉีดเพื่อเสริมหน้าผาก และการศัลยกรรมวิธีนี้แพทย์จะให้ยาสลบคนไข้ก่อนจึงจะเริ่มทำการผ่าตัด สำหรับคนไข้ที่ไม่ต้องการนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาเสริมในร่างายก็มักจะเลือกใช้วิธีนี้ในการเสริมหน้าผาก ถ้าพูดถึงในเรื่องของผลข้างเคียงนั้น ต้องขอแสดงความยินดีกับคนไข้ที่เลือกเสริมหน้าผากด้วยไขมันไว้เลย เพราะว่าแทบจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย เพราะเป็นการเสริมหน้าผากโดยใช้เซลล์ของร่างกายตัวเองค่ะสำหรับใครที่ต้องการเสริมหน้าผากแบบไม่ใช้ไขมันตัวเองก็สามารถเลือกใช้ซิลิโคนในการเสริมหน้าผากได้เช่นกันค่ะ สำหรับการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้น แพทย์จะทำการเปิดปากแผลใต้แนวเส้นผมก่อนแล้วจึงจะทำการใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อและจัดรูปทรงให้พอดีเข้ากับใบหน้าของคนไข้ และการผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้นมีข้อดีคือมันสามารถอยู่ได้นานกว่า โดยปกติแล้วการเสริมหน้าผากด้วยวิธีฉีดไขมันนั้นจะมีระยะเวลาของมันเองอนยู่ที่ประมาณ 1 ปีเท่านั้น ถึงแม้ว่าการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนนั้นจะมีระยะเวลามากกว่าการเสริมหน้าผากด้วยวิธีฉีดไขมัน แต่หลายๆ ครั้งคนไข้ก็มักจะเลือกวิธีฉีดไขมันมากกว่าเพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน
และนี่ก็เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าผากที่โรงพยาบาลเอเชียนำมาฝากกันค่ะ อย่างไรก็ตามการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อเสริมความงามนั้น คนไข้ควรจะต้องศึกษาถึงข้อมูลเบื้องต้นของการศัลยกรรมในแต่ละประเภทที่เลือกทำให้มีความเข้าใจเสียก่อน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศัลยกรรมนั้นก็คือ ห้ามฝ่าฝืนข้อแนะนำหรือคำสั่งที่ศัลยแพทย์กำชับมา เพื่อให้การศัลยกรรมประสบความสำเร็จไม่ต้องเสียเวลามาแก้ไขอีกหลายๆ รอบค่ะ
หลายคนต้องไว้ผมหน้าม้ายาวๆไว้ตลอดเพราะ หน้าผากไม่สวยบ้าง หน้าผากบุ๋ม หรือไม่เท่ากันทำให้ทำผมทรงอื่นไม่ได้เลย ไม่กล้าจะอวดหน้าผากเพื่อโชว์โหวงเฮ้งรับทรัพย์ จริงๆแล้วหน้าผากถือเป็นอีกส่วนที่สำคัญของใบหน้าเลยละคะ ถ้าคุณมีหน้าผากไม่สวย หน้าผากแบน ก็ทำให้หน้าดูไม่มีมิติเอาซะเลย เห็นอย่างงี้แล้วดารานักร้องหลายๆท่าน ก็ทำหน้าผากกันเยอะเลยทีเดียวเวลามัดผมสัดส่วนของใบหน้าก็จะดูมีวอลลุ่ม แถมดูมีเสน่ห์ ทำให้หน้าเด็กขึ้นอีกด้วยค่ะหากคุณกังวลกับการที่ต้องฉีดไขมันแล้วต้องมาเติมอีกละก็ การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถอยู่ไปได้ตลอดชีวิต แถมดูมุมไหนก็เป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะเนื่องจากซิลิโคนนั่นทำมาเพื่อให้รับกับหน้าผากของแต่ละคนโดยเฉพาะเลยทีเดียวไม่ใช่ว่าเอาซิลิโคนสำเร็จรูปมาใส่ให้เหมือนอย่างทั่วๆไป ฉะนั้น หน้าผากของคุณ จะดูเป็นธรรมชาติ ซิริโคนจะยึดติดกับกระดูกและผิวหนังของเราไปเลยโดยไม่มีช่องว่าง ให้ต้องกังวลเลยค่ะ เสริมหน้าผาก

คลินิกเสริมความงามและถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก

คลินิกเสริมความงามมีคนชอบถามผมว่า จะเลือกวิธีไหนดีระหว่าง ร้อยไหม กับ ดึงหน้า? ฉีดฟิลเลอร์ หรือ เสริมซิลิโคน? ทำเลเซอร์ หรือผ่าตัด? ผมขออธิบายโดยรวมอย่างนี้ครับ สำหรับการเสริมความงามตามหลักการแพทย์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไปดังนี้ครับ คลินิกเสริมความงาม.

คลินิกเสริมความงาม

1. Non-Invasive/Non-Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด เช่น เลเซอร์ โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และการทาครีมต่างๆ วิธีเหล่านี้ ข้อดีคือ สามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่มีแผลผ่าตัด แต่ข้อเสีย คือ ผลที่ได้ไม่ถาวร เช่น โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ต้องมีการฉีดเพิ่มเรื่อยๆ การร้อยไหมอาจอยู่ได้เพียง 1-2 ปี ซึ่งให้ผลการรักษาได้เพียงชั่วคราวทำนั้น หรืออาจแก้ปัญหาได้เฉพาะสิ่งที่เป็นน้อยๆ ไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นมากๆได้ เช่น ร่องแก้มลึกๆ ใบหน้าหย่อนยานมากๆ ซึ่งอาจแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากๆและชัดเจนได้ครับ ดังนั้น วิธีการเสริมความงามแบบไม่ต้องผ่าตัดจึงเหมาสมกับอาการหรือริ้วรอยที่ยังไม่มีความผิดปกติมาก และสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ไม่มีแผล แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผลลัพธ์ในการรักษาอาจไม่ชัดเจน และไม่ถาวร คลินิกเสริมความงาม

2. Invasive/ Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ต้องอาศัยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) เช่น การเสริมจมูก ทำตา เสริมหน้าอก ดึงหน้า ดูดไขมัน เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีข้อดีคือ สามารถแก้ไขอาการหรือสิ่งที่เป็นมากๆได้ และให้ผลการรักษาที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน และถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก เมื่อทำศัลยกรรมแล้วก็จะให้ผลเปลี่ยนแปลงชัดเจน ถาวร และสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต หากไม่มีผลแทรกซ้อนครับ ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เมื่อทำศัลยกรรมออกมาแล้วจะให้ผลลัพธ์ที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยลงอย่างชัดเจน ร่องรอยลึกต่างๆหายชัดเจน ทำให้ลดอายุลงไปได้ 10-20 ปี เลยทีเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ คนไข้จะต้องดูแลรอยแผลจากการผ่าตัดให้ดี และจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่ยาวนานกว่าการเสริมสวยแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non Invasive) ดังนั้น การทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ให้ผลลัพธ์ถาวร และกรณีที่ต้องการแก้ไขอาการผิดปกติมากๆบนใบหน้าครับ ทั้งนี้ คนไข้ก็จะต้องเข้าใจก่อนครับว่าการผ่าตัดศัลยกรรมจะต้องมีแผลผ่าตัด และต้องคำนวณเวลาในการพักฟื้นให้ดี รวมถึงจะต้องมีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยครับ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการเสริมความงามแบบใด สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณจะต้องรู้ และศึกษาให้ดีถึงข้อดี-ข้อเสีย ผลที่คาดว่าจะได้รับจากวิธีนั้นๆ รวมถึงผลแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยละเอียด และจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นครับ