ฉีดฟิลเลอร์ จะฉีดตรงร่องแก้มอะค่ะไปคลีนิคไหนดีค่ะ เป็นที่นิยมมากในขณะนี้

ฉีดฟิลเลอร์ จะฉีดตรงร่องแก้มอะค่ะไปคลีนิคไหนดีค่ะ เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ อยากได้แบบไม่แพงมากแต่ได้ผลดีอะค่ะบ้านอยู่แถวเซ็ลทรัลแจ้งวัฒนะถ้าได้แถวบ้านก็ยิ่งดีแต่ถ้ามีที่ไหนแนะนำก็ไป เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เพราะมีความปลอดภัยสูงและโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก ได้แก่ สารอนุพันธ์ไฮยาลูโลนอซิค แอซิค จะเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อทดแทนการเสื่อมสลายและยกริ้วรอยนั้นๆ ขึ้นมา จะสามารถแก้ไขริ้วรอยได้ทันทีหลังการฉีด บริเวณที่นิยมฉีดคือ ร่องแก้ม ร่องลึกบริเวณหัวคิ้ว ร่องใต้ตาและเสริมจมูก ผิวดีคลีนิคมีประสบการณ์ 10 ปี โดยไม่มีอาการข้างเคียงหรือแพ้แม้แต่รายเดียว หลังเติมขมับและแก้มจะทำให้หน้าเรียว ดูสวยอ่อนเยาว์ขึ้น ร่องแก้มลึก ร่องใต้ตา ร่องใต้มุมปาก ทางน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ดูเหนื่อย เมื่อแก้ปัญหาร่องเหล่านี้ได้.

ฉีดฟิลเลอร์

ใบหน้าจะดูสดชื่น สวย อ่อนเยาว์ ให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้งความรู้และศิลปะที่จะเนรมิตรให้สวย อ่อนเยาว์ ฉีดฟิลเลอร์ และปลอดภัยอย่างเป็นธรรมชาติคือสารเติมเต็มที่ประกอบด้วย ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงใดๆ มีความปลอดภัยสูง การฉีดฟิลเลอร์มุ่งเน้นในเรื่องการยกกระชับ ปรับรูปหน้า เสริมโหวงเฮ้ง เติมเต็ม และลดเลือนริ้วรอย หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วจะเห็นผลทันที และจะคงอยู่ได้นาน 4 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับแบรนด์ของฟิลเลอร์ที่ใช้และบริเวณที่ฉีด เมโกะ คลินิก มีทีมแพทย์ผิวหนังที่เชี่ยวชาญ และมีฟิลเลอร์หลากหลายแบรนด์ เพื่อการแก้ไขแต่ละปัญหาที่แตกต่างกันให้ได้ผลที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะ แต่ละตัวมีคุณสมบัติที่ต่างกัน และเหมาะกับการแก้ปัญหาที่ต่างกัน คลินิก ผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมความงามโบท็อกซ์ฟิลเลอร์ โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่าพันรายตลอดจนเหล่าดารา, เซเลปมากมาย และยังเป็นคลินิกรู้ใจ ที่คุณโบ ชญาดา และคนใกล้ชิด มารับบริการเป็นประจำ จุดเด่นการฉีดโบท็อกซ์ฟิลเลอร์ที่ มีแพทย์ที่มีความชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีศิลปะในการออกแบบใบหน้า โดยใช้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แบบใหม่ เพื่อเน้นผลการรักษาทุกมิติทุกมุมมอง โดยการเติมเต็มร่องลึก, ยกกระชับผิว, และปรับโครงหน้าไปพร้อมๆ กัน ให้ความงามเป็นธรรมชาติมากที่สุดร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่นจนดูแก่ก่อนวัยหรอกจริงไหม? แต่ทว่าความเสื่อมโทรมของผิวหนังนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังก้าวเข้าสู่เลข “3” เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดอย่าง “ริ้วรอยร่องแก้ม” ที่จากเดิมเคยเรียบตึงกระชับตอนนี้กลับกลายเป็นร่องขึ้นมาซะอย่างงั้น เห้อ…ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม !ปัญหาร่องแก้ม หรือ รอยย่นที่แก้ม มีสาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิว อันเนื่องมาจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวเกิดเสื่อมประสิทธิภาพจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มยังมาจากปัจจัยกระตุ้นและพฤติกรรมอื่น ๆ อีก เช่น การสูบบุหรี่ รังสียูวีจากแสงแดด ที่เป็นตัวส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึก เป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก หรืออาจยาวลงมาถึงคางเลยทีเดียว !สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่นเป็นร่องบริเวณแก้ม งานนี้ห้ามพลาด ! เพราะเราได้นำเคล็ดลับในการดูแลตัวเองและวิธีรักษาร่องแก้มอย่างได้ ฉีดฟิลเลอร์.

ทำตาสองชั้น ชั้นตาที่ได้ อยุ่ได้นานแค่ไหน

ทำตาสองชั้น  ชั้นตาที่ได้ อยุ่ได้นานแค่ไหน  ? ต้องบอกแบบนี้นะครับ ชั้นตาที่ได้จะอยู่นาน ตามความแก่ของแต่ละท่าน  ตรงนี้ขอบอกตรงๆว่า หมอเองก็เคยผ่าตัดแก้เคส ที่ทำตาแบบกรีดมาแล้วเยอะแยะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาแล้วประมาณ 4-5 ปี ไม่เห็นมีเคสไหนทำมาเป็น 10 ปีเลย  แต่เท่าที่สังเกตเคสพวกนี้  ทำให้หมอมีข้อสันนิฐานส่วนตัวว่า ยิ่งกรีดชั้นเล็กๆ เท่าไร โอกาสชั้นตก หรือชั้นหลุดก็เร็วเท่านั้น    ( ปล . ไม่ใช่พอฟังแบบนี้ไปบอกหมอว่า หมอค่ะ  ” นู๋ขอชั้นใหญ่ๆ เผื่อไว้เลยค่ะ  ทำตาสองชั้น ไว้ชั้นดูสวยๆพอดีๆ ตอนแก่ๆก็ได้ค่ะ แก่ๆ จะได้ไม่ต้องทำอีก   )    ดังนั้นหมอขอสรุปว่า ชั้นตาระหว่าง แบบกรีด และ แบบเจาะ ( ไม่ว่าจะกี่จุดก็ตาม ) ความคงอยู่ของชั้นตาไม่น่าจะต่างกัน.

ทำตาสองชั้น

2. ไม่สามารถทำได้ในคนไข้อายุเยอะๆ โดยเฉลี่ยอายุเกิน 50 ปี  จริงๆต้องบอกว่า วิธีการผ่าตัดแบบเจาะจะได้ผลดีหรือไม่ดีขึ้นกับ คุณภาพของผิวหนัง  ถ้าอายุน้อยๆ แต่เหี่ยวมากก็ทำไม่ได้นะครับ  แต่ถ้าอายุมากๆ แต่อะไรๆยังเต่งตึงอยู่ ก็ทำได้นะครับยกเว้นหู !!!    แต่ที่หมอเอาอายุ 50 มาเป็นเกณฑ์ เพราะเมื่อคนไข้อายุเยอะขึ้นคนส่วนใหญ่จะมี หนังตาย่นมากขึ้น เหี่ยวมากขึ้น หมอก็มักแนะนำ ทำแบบกรีดจะเหมาะกว่า ทำตาสองชั้น

3. ทำค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยความชำนาญ สูง ทำให้หมอหลายท่านที่ ( ไม่ได้จบอะไรเป็นพิเศษ และมีแต่ Certificate 1-3 วัน หลายๆใบนั้น )  และพยายามทำวิธีการเจาะนั้น ทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ค่อยดี และกลายเป็นว่า ทำให้ชื่อเสียงของวิธีการเจาะนี้เสียไป  ต้องบอกอย่างนึ่งนะครับว่า  การผ่าตัดวิธีเจาะ ไม่ว่ากี่จุดนั้นต้องการความชำนาญในการผ่าตัดค่อนข้างสูง นะครับ คนที่จะทำวิธีนี้ได้ดี ย่อมต้องผ่าตัดแบบ Basic กรีดตา มามากจำนวนหนึ่งก่อน

หมอขอทิ้งท้ายนะครับว่า หมอที่เก่งนั้น ควรผ่าตัดให้ได้ทุกแบบทุกวิธี และเลือกสิ่งที่เหมาะและดีที่สุด กับคนไข้  เพราะคนไข้แต่ละคนมีรูปแบบของตาแตกต่างกัน  ย่อมไม่มีวิธีหนึ่งวิธีใดที่เหมาะกับตาทุกๆแบบ  อย่าไป Fix Idea ว่าวิธีที่เราทำเท่านั้นที่ดี  วิธีของคนอื่นแย่  ไม่งั้น ไม่มี Paper หรือ Journal ทางการแพทย์ที่เขียนเกี่ยวกับการผ่าตัดแบบเจาะหรอกครับ

การผ่าตัดทำตา 2 ชั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีตาชั้นเดียว หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ที่มีปัญหาเรื่องหนังตาบนหย่อนทำให้หนังตาเหลือชั้นเดียวและผู้ที่ม.

ฉีดฟิลเลอร์จมูก เสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ เหมาะอัพดั้งแบบไหนบ้าง มาดูกัน กระแสการเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์จมูก เสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ เหมาะอัพดั้งแบบไหนบ้าง มาดูกัน กระแสการเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ได้รับความนิยมอย่างพุ่งพรวด เพราะเพียงแค่จิ้มเข็มเข้าจมูกไม่กี่นาที ออกมาก็ได้ดั้งโด่งสมใจไม่ต้องพึ่งมีดหมอกันเลยเนอะ แต่เอ๊ะ ! การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์จะเหมาะกับรูปจมูกแบบไหน แล้วจะอัพดั้งของเราให้โด่งสวยถูกใจหรือเปล่า วันนี้เราก็มีคำตอบมาฝากกันค่ะ ความสวยไม่ใช่สาระสำคัญทั้งหมดของชีวิต แต่ถ้าก่อนเกิดเราสามารถเลือกหน้าตาได้ รับรองเลยว่าโลกนี้คงไม่มีใครขี้เหร่แน่ ๆ แต่ในเมื่อเราเลือกเกิดไม่ได้ แล้วบังเอิญก็ไม่ค่อยพอใจกับหน้าตาตัวเองสักเท่าไร โดยเฉพาะจมูกที่แบนแฟบไร้มิติจนน่าหงุดหงิด ก็ช่วยไม่ได้ถ้าจะนึกอยากเสริมดั้งให้โด่งขึ้นอีกนิด แต่ครั้นจะผ่าตัดเสริมจมูกก็กลัวจะเจ็บ.

ฉีดฟิลเลอร์จมูก

แถมยังต้องรับความเสี่ยงอีกสารพัด ทีนี้คงเหลือแต่ศัลยกรรมทันสมัยอย่างฉีดฟิลเลอร์เสริมดั้งโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอแล้วล่ะค่ะ เอาล่ะ แต่ก่อนตัดสินใจไปทำ มาดูกันก่อนดีไหมว่า การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ แก้ปัญหาดั้งแบบไหนได้เวิร์กที่สุด ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วดั้งแบบไหนที่ฟิลเลอร์ที่ต่อให้ฉีดกี่โดสก็ช่วยให้โด่งสวยอย่างใจไม่ได้ ไหมที่ใช้ในการเสริมจมูกเป็นไหมละลายซึ่งจะละลายไปเองประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ยกเว้นตัดปีกจมูก แพทย์จะนัดมาตัดไหมเมื่อครบ 1 สัปดาห์ การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมจมูกควรเลือกช่วงที่ได้พัก เนื่องจากจะมีการบวมในช่วงแรกอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการบวมจะลดลงเรื่อย ๆ จนเป็นปกติในระยะเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ข้อควรปฎิบัติหลังการผ่าตัดเสริมจมูกหลังผ่าตัดให้นอนในท่านั่งหลับ 90 องศา อย่างน้อย 3 วัน หรือนอนหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 2-3 วัน ศรีษะอยู่ในมุม 90 องศา ห้ามนอนตะแคงหน้าควรประคบเย็นอย่างเดียว บริเวณหน้าผากและแก้มทั้งทั้งสองข้าง 24 ชม หมั่นประคบเย็นบ่อยๆ ประมาณ 3-5 วัน(ห้ามประคบบริเวณสันจมูก เพราะจะทำให้จมูกเบี้ยว)ขณะนั่งอยู่ อาจมีเลือดที่ค้างจากการผ่าตัดไหลออกมา ให้ใช้ ที่เปิดห่อใหม่ใช้ซับแทนได้หากมีสะเก็ดเลือดเกาะบริเวณจมูก ใช้ ชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดเบาๆแพทย์จะติดพลาสเตอร์ไว้ให้ จะต้องปิดอย่างน้อย 3 วันเพื่อป้องกันจมูกเบี้ยวและเอียงกรณีล้างหน้าอย่าให้แผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน เพราะแผลอาจติดเชื้อได้ แต่สามารถนำสำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดได้และควรระวังอย่าให้น้ำเข้าจมูก ถ้าน้ำเข้าให้รีบใช้  ซับให้แห้งทันที เสริมจมูกแบบเกาหลีเสริมจมูกโดยใช้หนังเทียมเสริมปลายจมูก เสริมจมูกแบบเกาหลีใช้กระดูกอ่อนแบบเปิดเสริมจมูกโดยใช้หนังเทียมเสริมปลายจมูกแบบเปิดหลักการในการเลือกผ่าตัดเสริมจมูกให้ได้ผลดีควรคำนึงถึงรูปร่างของใบหน้า ความกลมกลืนของใบหน้าส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่าง ความกว้างของฐาน และปีกจมูก ทั้งหมดนี้มีผลกับลักษณะ ที่จะออกมาตรงกับความต้องการ จึงแนะนำให้มีการวางแผน พูดคุยกับศัลยแพทย์ตกแต่งก่อนการผ่าตัดถึงความเป็นไปได้ และความคาดหวังของการผ่าตัดเสริมจมูก ฉีดฟิลเลอร์จมูก.

รีวิวเสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก จมูกทรงหยดน้ำการทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ

รีวิวเสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก จมูกทรงหยดน้ำการทำศัลยกรรมจมูกทรงหยดน้ำ คือการเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้นคล้าย ๆ กับหยดน้ำ สำหรับทรงนี้เป็นทรงที่นิยมอย่างมากในหมู่ดาราไทยและเกาหลี ซึ่งทรงนี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปจมูกยาวพอเหมาะและปลายจมูกมีเนื้ออยู่พอสมควร แต่ถ้าหากใครที่มีเนื้อปลายจมูกน้อยอย่าคิดฝืนทำเชียวนะคะ เพราะมันจะเสี่ยงซิลิโคนทะลุเอาได้ง่ายมาก ๆศัลยกรรมจมูกจมูกปลายเชิดศัลยกรรมจมูกปลายเชิด เป็นการตกแต่งให้ปลายจมูกเชิดขึ้น ซึ่งจมูกทรงนี้จะตรงกันข้ามกับจมูกปลายหยดน้ำ สำหรับใครที่อยากสวยเฉี่ยว ทรงนี้ดูแล้วจะเหมาะสุด ๆ แต่ทั้งนี้คนที่เหมาะกับการทำจมูกทรงนี้ควรจะเป็นคนที่มีพื้นฐานเป็นคนจมูกงุ้มหรือจมูกค่อนข้างบาน รับรองว่าทำแล้วแจ่มสุด ๆ.

รีวิวเสริมจมูก

ศัลยกรรมจมูกจมูกปลายพุ่งสำหรับจมูกปลายพุ่ง เป็นเทรนด์ที่สาว ๆ นิยมทำรองจากจมูกทรงหยดน้ำเลยก็ว่าได้ ทรงนี้จะคล้าย ๆ กับจมูกของฝรั่ง โด่ง ๆ แหลม ๆ เหมาะกับคนที่มีปัญหาดั้งจมูกไม่โด่งหรือไม่สมส่วน เมื่อทำแล้วจมูกจะดูสันเป็นคม ปลายจมูกจะยกสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น ดูแล้วเป๊ะสุด ๆ เลยแหละศัลยกรรมจมูก รีวิวเสริมจมูก ศัลยกรรมตัดปีกจมูกวิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีรูปปีกจมูกกว้างและใหญ่คล้าย ๆ กับลูกชมพู่ การทำศัลยกรรมด้วยการตัดปีกจมูกจะทำให้ดูมีมิติมากขึ้น และปลายจมูกจะรับกับสันจมูก และดูสมส่วนมากขึ้น ทั้งนี้สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมผ่าตัดปีกจมูกยังสามารถทำพร้อมกับศัลยกรรมเสริมจมูกไปพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะมาก ๆ กับคนที่จมูกแบนกว้างและไม่ค่อยมีสัน เจ็บตัวทีเดียวคุ้ม !ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมตกแต่งกระดูกสันจมูกสำหรับคุณสาว ๆ ที่มีจมูกโด่งอยู่แล้วแต่มีปัญหากระดูกสันจมูกคด โก่ง หรือจมูกหนาเกินไปทำให้ดูไม่มีมิติ เหมาะที่จะทำศัลยกรรมตกแต่งกระดูกสันจมูก เพื่อเหลาจมูกให้ดูแคบและเรียวลง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้รูปจมูกแลดูมีสัดส่วนมากยิ่งขึ้น คราวนี้แหละสวยเกิดได้สุด ๆ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมจมูก หลังจากคนไข้เข้ารับการเสริมจมูกแล้ว สิ่งต่อไปที่คนไข้จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด นั่นก็คือการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมจมูก ซึ่งทางเอเซียคลินิกมีข้อแนะนำให้ท่านปฏิบัติตามดังนี้นอนหมอนสูงในช่วง 3-7 วันแรกหลังผ่าตัดเสริมจมูก เพื่อลดอาการบวม งดนอนตะแคงเป็นเวลา 1 สัปดาห์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้จมูกเคลื่อนที่ผิดรูป งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดรับประทานอาหารรสจัดและของหมักดองอย่างเด็ดขาด ล้างหน้าเบาๆ ด้วยสบู่อ่อนในช่วงแรก หมั่นทำความสะอาดแผล โดยการใช้คัตเติลบัตชุบน้ำต้มสุกแล้วเช็ดบริเวณรอยแผลเบาๆ หากมีการนัดเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจแผลหลังผ่าตัดเสริมจมูก รับประทานยาที่แพทย์จัดไว้ให้หากจมูกมีอาการบวมหรือเลือดออกมากผิดปกติให้รีบเข้าพบแพทย์ทันทีสามารถแกะพลาสเตอร์หรือเฝือกอ่อนที่แพทย์ใส่ไว้หลังจากครบ 3 วันหลังผ่าตัดเสริมจมูก รีวิวเสริมจมูก.

ฉีดคาง เติมเต็มร่องริ้วรอย พร้อมปรับใบหน้าให้มีมิติ ผิวดูอ่อนเยาว์

ฉีดคาง เติมเต็มร่องริ้วรอย พร้อมปรับใบหน้าให้มีมิติ ผิวดูอ่อนเยาว์ สวยขึ้นในทุกองศาอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยโปรแกรม การฉีดสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ของบริษัท ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับในประสิทธิภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจาก และ อย.ประเทศไทย สารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกให้ตื้นขึ้น รวมถึงการเพิ่มปริมาตรเนื้อเยื่อในส่วนที่หายไป จึงสามารถเติมเต็มร่องลึก บริเวณร่องแก้ม ใต้ตา ระหว่างคิ้ว คางและสร้างมิติให้กับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลในทันที สารเติมเต็มใต้ผิวหนัง มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูรอนิก หรือเรียกสั้นๆ ว่า ในธรรมชาตินั้นอยู่ในรูปของของเหลว.

ฉีดคาง

หรือ ที่ร่างกายสร้างมาแล้ว 1 – 2 วันก็สลายไปเอง ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีที่ทำให้ อยู่ได้นานขึ้นและทนต่อการสลายตัวมากขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อเจลที่คงรูปมากขึ้น ที่เดอะคลีนิกค์เราเลือกใช้สารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจาก ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่ทรุดตัวลงแล้วเกิดริ้วรอยบนใบหน้า เต่งตึงขึ้นทันทีหลังฉีด ฉีดคาง อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานนานตั้งแต่ 9 เดือนถึง 2 ปี โดยที่มีเนื้อเจลเรียบเนียน และให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็ม ที่ใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เพื่อลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นบริเวณต่างๆของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก ริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา ริ้วรอยร่องลึกมุมปาก และยังสามารถนำมาช่วยในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม และในบางรายที่เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นทำให้แก้มดูตอบลงก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาแก้มตอบได้ แม้กระทั่งนำมาใช้ในการบำรุงผิวให้กลับมากระชับเปล่งปลั่ง ในบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ รวมทั้งบริเวณผิวหน้าอก หลังจากฉีดสารฟิลเลอร์ เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที แต่แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์ประมาณวันที่ 5 เพราะตอนนั้นน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไปแล้ว หากยังต้องแต่งเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้ ทั้งนี้ โดยส่วนมากผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 6 เดือนหลังจากฉีด (ฉีดชนิดแบบชั่วคราว) จะมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคนและบริเวณที่ฉีด หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลายหมดลงก่อนบริเวณอื่น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านคงเข้าใจแล้วว่า Filler คืออะไร ทำไมเขาถึงนิยมฉีดกัน อย่างไรก็ดี ขอแนะว่าให้เลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และอย่าลืมตรวจสอบให้ถ้วนถี่ก่อนว่าอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้หน้าเป๊ะได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงนะค่ะ ฉีดคาง.

ฉีดฟิลเลอร์คาง การฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์เสริมดั้งจมูก การฉีดฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม การฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง การฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์เสริมดั้งจมูก การฉีดฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม การฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง แตกต่างจากการฉีดโบทอกซ์อย่างไรจริงๆ แล้วฟิลเลอร์(Fillers) แปลว่าสารเติมเต็ม ความหมายก็คือตามนั้น คือการฉีดสารให้เต็มในส่วนที่พร่องไป หรือการฉีดฟิลเลอร์คือการฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะลดปัญหาจากเนื้อหรือคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายที่ลดลง เมื่ออายุมากขึ้น หรือกรณีบางคนที่มีปัญหา อยากเพิ่ม อยากเติมให้ดูอวบอิ่ม มากขึ้นจากของเดิมที่ไม่มี เช่นการฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้มที่ลึก การฉีดฟิลเลอร์ร่องตาที่ลึก การฉีดฟิลเลอร์เสริมดั้งจมูก การฉีดฟิลเลอร์ให้ริมฝีปากอวบอิ่ม การฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง ซึ่งความลึกตื้นในการฉีดส่วนใหญ่จะฉีดในชั้นหนังแท้ เป็นส่วนใหญ่ซึ่งอยุ่เหนือชั้นไขมัน.

ฉีดฟิลเลอร์คาง

และกล้ามเนื้อ จึงแตกต่างจากโบทอกซ์ ตรงที่โบทอกซ์จะฉีดในชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการ เช่น ลดริ้วรอยจากการขยับของตีนกาเวลายิ้ม การย่นหน้าผาก การย่นเวลาขมวดคิ้ว หรือกล้ามเนื้อกรามใหญ่ฉีดกล้ามเนื้อให้หน้าเรียวเล็กฟิลเลอร์มีหลากหลายแบบในท้องตลาด จะเลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่มีผลข้างเคียงใช่ครับ ฟิลเลอร์มีมานานแล้ว หลายสิบปี แต่เอาคร่าวๆ ก็คือฟิลเลอร์ในสมัยก่อนๆ แพทย์จะฉีดคอลลาเจน ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่สกัดจากสัตว์ ก่อนฉีดแพทย์จะทดสอบก่อนว่าแพ้หรือไม่ ถ้าไม่แพ้จึงจะฉีดฟิลเลอร์ได้ และตัวคอลลาเจนเองก็มีหลายยี่ห้อ ทุกยี่ห้ออยู่ได้ไม่นานแค่ 3-4 เดือนก็เก่งแล้ว จึงทำให้ไม่ค่อยนิยมกันมากนัก และปัจจุบันคอลลาเจนที่เป็นฟิลเลอร์ทางการแพทย์เค้าเลิกใช้เลิกผลิตกันมานานสิบกว่าปีแล้วครับ จากปัญหาของความยุ่งยากเรื่องการแพ้ และอยู่ไม่นาน จะมีก็แต่หมอกระเป๋าที่เอาสารอื่นที่มีคุณสมบัติเป็นฟิลเลอร์ได้ เช่นซิลิโคนเหลว แล้วมาโกหกว่าเป็นคอลลาเจน นำไปฉีดกันแทน เพราะราคาถูกกว่า ไม่แพ้ และอยู่ได้นานถาวร ก็เข้าล๊อคคนไทยซิครับของถูก ไม่แพ้ อยู่ได้ตลอดไป ทำให้บางคนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนเหล่านี้ โดยอาจจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ โดนโน้มน้าวว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ กลุ่มนี้แหละครับที่สร้างปัญหาในปัจจุบัน ให้พบเห็นตามสื่อต่างๆ มีผลข้างเคียงมากมาย ไหลย้อย อักเสบ เป็นก้อน แล้วจะให้แพทย์ตามแก้ไขให้ ต้องบอกก่อนเลยว่าแก้ไขได้ด้วยการขูดออกได้อย่างเดียวนะครับ ไม่อาจจะฉีดสลายไปได้ แต่บางตำแหน่ง บางบริเวณไม่สามารถจะผ่าหรือขูดออกได้ เพราะซิลิโคนวได้แทรกซึมไปกับเนื้อเยื่อที่สำคัญ ถ้าฝืนไปขูดอาจจะมีปัญหา ไปโดนเส้นเลือด เส้นประสาท ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ฟิลเลอร์ในปัจจุบันที่ปลอดภัย และแพทย์นิยมใช้กัน จะต้องเป็นกลุ่มสารไฮยาเท่านั้น และต้องเป็นสารไฮยาที่ไม่ได้สกัดจากสัตว์ จึงมีโอกาสแพ้น้อย ขบวนการสังเคราะห์ไฮยาลูรอนิกนี้จะมีลักษณะโมเลกุลคล้ายกับสารไฮยาลูรอนิกใน ร่างกายมนุษย์ และขอย้ำว่าเท่านั้นนะครับ และมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่ผ่านอย.เมืองไทย ชนิด ตัวอย่างของสารเติมเต็มที่ผ่าน อย.ได้แก่ ฉีดฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เพราะมีความปลอดภัยสูง เพื่อทดแทนการเสื่อมสลายและยกริ้วรอยนั้นๆ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เพราะมีความปลอดภัยสูง เพื่อทดแทนการเสื่อมสลายและยกริ้วรอยนั้นๆ และโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก ได้แก่ จะเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อทดแทนการเสื่อมสลายและยกริ้วรอยนั้นๆ ขึ้นมา จะสามารถแก้ไขริ้วรอยได้ทันทีหลังการฉีด บริเวณที่นิยมฉีดคือ ร่องแก้ม ร่องลึกบริเวณหัวคิ้ว ร่องใต้ตาและเสริมจมูก ผิวดีคลีนิคมีประสบการณ์ 10 ปี โดยไม่มีอาการข้างเคียงหรือแพ้แม้แต่รายเดียว หลังเติมขมับและแก้มจะทำให้หน้าเรียว ดูสวยอ่อนเยาว์ขึ้น ร่องแก้มลึก ร่องใต้ตา ร่องใต้มุมปาก ทางน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ดูเหนื่อย เมื่อแก้ปัญหาร่องเหล่านี้ได้ ใบหน้าจะดูสดชื่น สวย อ่อนเยาว์ ให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้งความรู้และศิลปะที่จะเนรมิตรให้สวย อ่อนเยาว์ และปลอดภัยอย่างเป็นธรรมชาติ.

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่นจนดูแก่ก่อนวัยหรอกจริงไหม? แต่ทว่าความเสื่อมโทรมของผิวหนังนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังก้าวเข้าสู่เลข “3” เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ฟิลเลอร์ร่องแก้ม โดยเฉพาะจุดที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดอย่าง “ริ้วรอยร่องแก้ม” ที่จากเดิมเคยเรียบตึงกระชับตอนนี้กลับกลายเป็นร่องขึ้นมาซะอย่างงั้น เห้อ…ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม !ปัญหาร่องแก้ม หรือ รอยย่นที่แก้ม มีสาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิว อันเนื่องมาจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวเกิดเสื่อมประสิทธิภาพจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มยังมาจากปัจจัยกระตุ้นและพฤติกรรมอื่น ๆ อีก เช่น การสูบบุหรี่ รังสียูวีจากแสงแดด ที่เป็นตัวส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึก เป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก หรืออาจยาวลงมาถึงคางเลยทีเดียว !สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่นเป็นร่องบริเวณแก้ม งานนี้ห้ามพลาด ! เพราะเราได้นำเคล็ดลับในการดูแลตัวเองและวิธีรักษาร่องแก้มอย่างไดการลบริ้วรอยลึก เป็นการลบริ้วรอยที่ลึก ซึ่งการฉีดไม่สามารถรักษารอยลึกนี้ได้ รอยย่นที่มีลักษณะยาว เช่น รอยย่นบนหน้าผาก รอยย่นลึกบริเวณขมวดคิ้ว รอยย่นบริเวณร่องแก้ม การรักษา รอยย่นบริเวณเหล่านี้โดยการฉีด Filler จะได้ผลดีมากกว่าการฉีด Botox และผลการรักษานี้จะอยู่ได้นาน 3-6 เดือน บริเวณใต้ตา ในปัจจุบัน สามารถพบเห็นได้บ่อยๆตามโทรทัศน์ ดาราสาวจำนวนมาก นิยมฉีดที่ถุงใต้ตา เพื่อให้ดูอ่อนวัยขึ้น เวลายิ้มดูคล้ายตาโตขึ้น การฉีด Filler ใต้ตานี้ สามารถทำได้ง่าย เพราะการใช้เข็มที่มีขนาดบางและเล็กมาก ทำให้ไม่เห็นร่องรอยแผลเป็นหลังจากการฉีด ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก ฉีดเพื่อเสริมจมูก (ปลายจมูกหนา) หลายคนที่มีปัญหาดั้งจมูกแบน หรือสันจมูกไม่เรียบ แต่ไม่ต้องการทำการรักษาโดยวิธีผ่าตัดเสริมจมูก เนื่องจากหลีกเลี่ยงผลที่ตามมา เช่น มีอาการบวม แดง หลังฉีด และต้องใช้เวลาในการดูแลรักษา ในกรณีนี้ สามารถแก้ไขได้โดยการ ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งในการฉีดนี้ ไม่ใช่แค่การเติมเต็มบริเวณหว่างตา แต่ยังทำให้จมูกนั้นโด่งขึ้น และสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้เวลา 10 นาทีในการฉีด ไม่มีความเจ็บปวดและทิ้งร่องรอยใดๆหลังจากการฉีด ดังนั้น ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ Filler ยังสามารถช่วยทำให้จมูกโด่งคม ปรับปรุงรูปทรงของจมูกให้เด่นชัด เพื่อสร้างความมั่นใจและ ความสวยงามยิ่งขึ้น ฟิลเลอร์ร่องแก้ม.

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากสวย ทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากสวย ทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก รวยทรัพย์ไม่รู้ตัว หน้าผากถือเป็นจุดรับทรัพย์ตามความเชื่อทางโหงวเฮ้ง โดยเฉพาะกับสาว ๆ ในช่วงอายุ 15-30 ปี หน้าผากโหนกนูนสวยช่วยเสริมโชคชะตาได้เป็นอย่างดี เสริมแล้วได้ทั้งโชคทั้งความสวยเลยเนอะวิธีดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าผากผู้ที่ฉีดไขมันหรือสารเติมเต็มหลังจากฉีดแล้วจะมีเพียงแค่รอยเข็มเท่านั้น และมักไม่มีอาการปวดบวมมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ผู้ที่ผ่าตัด ในช่วง 1-2 วันแรกที่ผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบวม แต่สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้และควรใส่ใจรับประทานยาที่แพทย์จัดให้อย่างเคร่งครัดเช่นกัน นอกจากนี้ หากมีอาการบวมภายหลังจากผ่าตัด 1-2 วันแรกแนะนำให้ประคบเย็น แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 ก็ให้ประคบร้อน.

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

วิธีนี้จะช่วยให้อาการปวดบวมลดลงได้ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยจะต้องงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายรูปแบบหนักๆเป็นเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือน เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะทำให้หน้าผากผิดรูปทรงได้หลังทำศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจมีผลข้างเคียงใดเกิดขึ้นบ้าง การทำศัลยกรรมทุกรูปแบบ ล้วนมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงตามมาเสมอ ซึ่งการทำศัลยกรรมเสริมหน้าผากก็เช่นเดียวกันสำหรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดอาการปวดบวมช้ำจากแผลผ่าตัดนั่นเอง หากทั้งนี้ก็ไม่ต้องเป็นกังวลเกินไปและควรพักฟื้นประมาณ 5-7 วัน อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นได้เองตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจยังสามารถพบอาการข้างเคียงอื่นๆ อีกได้เช่น เรื่องความไม่สมส่วน ไม่รับกันกับรูปหน้า หน้าผากไม่เท่ากัน หรืออาจมีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้และหากผู้ป่วยพบว่ามีอาการเหล่านี้ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อทำการปรึกษาและรับการแก้ไขใหม่จะดีที่สุด เสริมด้วยไขมันสไตล์ธรรมชาติสาวเกาหลีถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่หันมาเสริมหน้าผากอย่างนี้ก็ต้องขอคำแนะนำจากต้นตำหรับ พญ.ซอง โซยอง แพทย์ผู้ก่อตั้ง มาช่วยอธิบายวิธีสุดฮิตจากเกาหลี
สวยไม่สวยขึ้นอยู่กับแพทย์อันดับแรกทางแพทย์จะดูสัดส่วนในภาพรวมของคนไข้ทั้งด้านตรงและด้านข้าง โดยที่ด้านตรงเวลามองจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเล็ก ส่วนด้านข้างนั้นจะทำให้ดูอ่อนหวาน ใบหน้าดูมีมิติ และดูเด็กลงเช่นกัน แพทย์จึงต้องมีความชำนาญอย่างมาก ส่วนคนที่มีหน้าผากโหนกนูนออกมาหรือคนที่หน้าผากเถิก ถ้ายิ่งฉีดเข้าไปจะทำให้หน้าผากดูกว้างขึ้นขั้นตอนการฉีดการฉีดไขมันนั้นจะทำให้หน้าผากเต่งตึงและโหนกนูนออกมาได้พอดี แลดูเป็นธรรมชาติ ส่วนขั้นตอนการทำก่อนอื่นก็จะดูดไขมันออกมาจากส่วนที่มีปัญหาอย่างต้นขา หน้าท้อง แล้วนำมาฉีดในส่วนอื่นต่อไป โดยคุณหมอจะทำสัญลักษณ์เอาไว้เพื่อให้มีความแม่นยำในปริมาณที่จะฉีดเข้าไป โดยจะฉีดเข้าไปที่กลางหน้าผากและขมับทั้งสองข้างเพื่อให้สมดุล ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก.

บางคนทำแบบเกาหลี ทำจมูก บางคนทำแบบฝรั่ง

ทำจมูก อันนี้ช็อคเลย แล้วหมอก็บอกดิฉันว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่าซิลิโคนที่ใส่ให้เรา รูปร่างหน้าตาตอนเสร็จมันเป็นยังไง จนกระทั่งหมอเป็นคนถอดออกมาตอนแก้ แหมถ้ามีรูปอยากจะให้เห็นมากๆๆๆ ของบางหมอขอใช้คำว่าชุ้ยมากค่ะ แต่หมอไม่บอกเลยนะคะว่าของหมอท่านไหนบาง หมอบางคนเจาะรู้ตรงซิลิโคนด้วย ตามเทตนิคแต่ละคน แต่ขอบอกว่าขนาดแค่เจอะรูยังอุบาทว์เลยค่ะ เสียดายเงินแทนคนที่ไปทำ ทำจมูก เสียเงินกันเป็นหมื่นแต่ได้ออกมาแบบนี้ ซิลิโคนของหมอบางคนไร้ซึ่งความมนเลย เหลี่ยมเยอะมากไม่เรียบเลย คือถ้ามีนิดๆหน่อยๆพอรับได้นะค่ะ แต่เหลี่ยมเยอะๆนี้ไม่ไหวจะเคลียค่ะ ให้ดิฉันนั่งเหลายางลบอาจจะเรียบกว่า ของหมอบางท่านก็ไม่มีความสมมาตรเลยค่ะ เห็นซิลิโคนของเกาหลีด้วยค่ะเป็นซิลิโคนสำเร็จรูปสวยสมมาตรเลยแหละค่ะแต่จำไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรเลยมาแก้ ขอบอกว่าโมเม้นต์นั่งดูซิลิโคนนี้ตื่นตาตื่นใจมากค่ะ ฮ่าๆๆ

ทำจมูก
6.คนที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องการไปเสริม หรือคนที่กำลังลังเลว่าจะไปฉีดดีกว่ากลัวเจ็บตัว ขอให้นึกถึงในอนาคตค่ะว่าถ้าเราไปฉีดมาแล้ววันนึงอยากเสริมแทน หมอเค้าก็ต้องมาเอาฟิลเลอร์ที่ฉีดเก่าออก แต่ออกไม่หมดหรอกค่ะ ลองคิดดูนะค่ะว่าฟิลเลอร์ตอนฉีดมันเป็นน้ำ ฉีดเข้าไปในจมูกมันก็ไปรวมกับเสือดกับเนื้อเยื้อ ไม่มีทางสลาย 100% คิดตามคอมมอนเซ้นส์ง่ายๆเลยค่ะ อย่าหน้ามืดตามัวไปเชื่อว่ามันจะสลาย100% ของเหลวมันเจอกับของเหลวในร่างกายเรายังไงมันก็รวมกันจะให้สลายหมดได้ ส่วนตัวไม่เชื่อค่ะ ทำจมูก ดังนั้นส่วนตัวเชียร์ให้เสริมไปเลยดีกว่าฉีด
7.มีคนถามว่าเจ็บไหม ดิฉันตอบตามความรู้สึกตัวเองว่าไม่เท่าไหร่นะค่ะ เพราะตอนทำยาชามันออกฤิทธิ์แล้ว เคยอ่านเจอว่าตอนฉีดยาชาเจ็บมากก คือดิฉันหาหมอฟันบ่อยๆอะค่ะ โดนฉีดยาชาบ่อยๆส่วนตัวเลยคิดว่าความรู้สึกคล้ายๆฉีดเข้าเหงือกแต่เจ็บมากกว่า ไม่ได้เจ็บปวดรวดราวอะไรขนาดน้านนน สำคัญที่อย่ากลัวค่ะ ทำใจสบายๆ นึกซะว่าฉีดแป็ปเดียวหลังจากนั้นไม่รู้สึกแล้วค่ะ ส่วนคนที่กังวลมากๆแล้วขอให้หมอวางยาสลบข้อให้นึกด้วยนะค่ะว่าการได้สื่อสารกันกับหมอระหว่างทำมันมีประโยชน์นะคะ หมอยังสามารถถามเราได้ว่าทรงโอเคไหม สูงพอรึเปล่า ปลายเอาแบบนี้นะ แต่ถ้าเราหลับหมดสิทธิค่ะ หมอตัดสินใจเองลูกเดียว
8.แบ่งปันวิธีการเลือกคุณหมอขั้นแรกค่ะ ดิฉันคิดก่อนว่าชอบจมูกทรงแบบไหน แล้วหาว่าหมอคนไหนเค้าทำแบบทรงที่ดิฉันชอบค่ะ ตัดช้อยได้เยอะเลยนะคะ ถ้าเลือกจากชื่อเสียงก่อนบางที่อาจไม่ได้ทรงที่ต้องการค่ะ เพราะเท่าๆทราบๆกันหมอแต่ละท่านก็จะมีทรงหลักๆของตัวเอง บางคนทำแบบเกาหลี บางคนทำแบบฝรั่ง บางคนเน้นธรรมชาติ ยังไงตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าเราชอบแบบไหนค่ะ
9.ถ้าทำจมูกแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดค่ะ เพื่อความสวยนะคะท่องไว้ อย่าขี้เกียจไปให้หมอเช็คเพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรจะได้แก้ทันคะ แล้วก็อย่าใจร้อนมาก ช่วงแรกหน้าเป็นอวตานก็อย่าเครียดไปค่ะ มันก็เป็นแบบนั้นกันทุกคนสุดท้ายมันก็ยุบค่ะ ใจเย็นๆ จะยุบช้าเร็ว ส่วนหนึ่งอยู่ที่เราด้วย ยิ่งผิวบาง หรือเนื้อน้อยจะช้ากว่าคนอื่นหน่อย ดูซีรีย์รอเดี๋ยวก็ผ่านไปไวค่ะ ฮ่าๆ
10.สุดท้ายนะค่ะ นอกจากข้อมูลที่ต้องมีพอสมควรแล้ว ความเข้าใจต้องมีด้วยค่ะ ยอมรับด้านลบด้วย อย่าเลือกรับเฉพาะด้านดีๆ คุยกับคุณหมอให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ได้ความเข้าใจที่ตรงกัน ว่าความต้องการของเราเป็นยังไง หมอทำให้ได้ยังไง เราโอเคไหม แล้วรอความสวยหล่อที่จะตามมาอย่างใจเย็นค่ะ หายช้าไม่ได้แปลว่าจะไม่สวย หล่อซะหน่อย

ตั้งแต่ก้าวเข้าไปที่ รังสิตเวชกรรม ก็รู้สึกประทับใจมากๆเลยพี่ๆทุกคนใจดีและให้คำปรึกษาดีมากๆ พูดจาดีเป็นกันเองบริการดีมากๆเลย  รู้สึกเหมือนตัวเราเป็นครอบครัวของเขา  ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่ก่อนทำ  การเตรียมตัว  และหลังทำ   พี่ๆทีมงานและพี่หมออุ๋ยดูแลดีมากๆครับ  คุณหมอ มือเบามากมากจริงๆ จากที่กลัวๆทุกๆอย่าง พอได้เข้าไปเป็นครอบครัวของรังสิตเวชกรรมกัสประทับใจมากๆ  ครับ  ไม่เคยผิดหวัง ทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปที่ รังสิตเวชกรรม  ขอบคุณที่มอบสิ่งดีๆที่ให้กัสมาน่ะครับ  การศัลยกรรม ไม่ใช่การทำแล้วเสร็จ ณ ตอนนั้น แต่การบริการนี่สิิสำคัญยิ่งกว่า  ขอบคุณครับทำจมูก

ริ้วรอยในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์จะไม่เพิ่มขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์จะไม่เพิ่มขึ้น โดยส่วนมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนทำโบท็อกซ์ในช่วยระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือนหลังจากสารโบท๊อกซ์สลายตัวไป ผู้คนส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ โดยส่วนมากแล้วโบท็อกซ์จะเริ่มทำงานทันที โดยหลังฉีดโบท๊อกซ์ 2-3 วันจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น และจะเห็นผลเต็มที่ในภายใน 7-14 วัน ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์นั้นจะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเพื่อรักษาประสิทธิภาพของสภาพผิวหนังจากการฉีดโบท็อกซ์ แพทย์แนะนำให้ฉีดโบท๊อกซ์ซ้ำ 2-3 ครั้งต่อปี โดยจากการศึกษาพบว่าการฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้การฉีดโบท็อกซ์ครั้งต่อๆไป มีประสิทธิภาพที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยลงได้ในอนาคตฉีดโบท็อกซ์.

ฉีดโบท็อกซ์

จริงๆ ทุกวันนี้นวัตกรรมเรื่องการทำศัลยกรรมก้าวไปไกลมาก แต่ผมก็จะแนะนำสิ่งที่ปลอดภัยเสมอให้กับคนที่ตัดสินใจทำศัลยกรรม อย่างคนที่หน้าตอบ ใต้ตาลึก ผมก็จะแนะนำเรื่องการฉีดบนไขมัน จริงๆ เรื่องการฉีดไขมัน ทางฝั่งยุโรป อเมริกา หรือประเทศอื่นๆ มีมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี แต่บ้านเราเพิ่งมาเป็นกระแสไม่นาน ฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งการฉีดไขมันเติมเต็มบนใบหน้านั้นอาศัยเทคนิคค่อนข้างเยอะเพื่อผลลัพธ์ที่ดี เพราะการติดของไขมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างได้แก่เทคนิคของหมอแต่ละท่านในการเตรียมไขมันให้คุณภาพและเทคนิคการเติมเพราะไขมันค่อนข้างบอบบางนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพไขมันของคนไข้ และการดูแลหลังผ่าตัดซึ่งทางพีเมดคลินิกเอง ก็มีประสบการณ์ในการเติมเต็มมานานและและมุ่งมั่นพัฒนาเทคนิคมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผลลัพท์ที่ดี”

ทุกวันนี้มีคนเข้ามาปรึกษาเรื่องของการปรับรูปหน้า หลายๆ คนก็มักจะมีคำถามเสมอว่า มันเป็นยังไง น่ากลัวไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ไขมันที่เรานำมาใช้เป็นไขมันของตัวเอง ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และสามารถดึงได้ทุกๆ ส่วนในร่างกายที่มีไขมัน เช่น หน้าท้อง ต้นขา แต่ส่วนที่ดีที่สุด คือต้นขา เพราะเป็นไขมันที่ค่อนข้างดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นธรรมชาติ เป็นที่พึงพอใจของคนที่ตัดสินใจฉีดไขมันเติมเต็มแทบจะทุกๆ คน

การเตรียมตัว ในการฉีดไขมัน

หลังทำอาจมีบวมอยู่บ้างในช่วง 1- 3 สัปดาห์ งดวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุง และยาต้านเกล็ดเลือดทุกชนิด ไม่ต่ำกว่า 1สัปดาห์ จริงๆไขมันคนเราค่อนข้างบอบบางมากหากไม่ผ่านกระบวนการที่ดีอาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนัก การเติมไขมันต้องมีผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อแยกส่วนผสมของไขมันที่ดูดออกมาสกัดเอาไขมันที่ดีออกมาและผ่านกระบวนการที่จะทำให้ได้ไขมันที่มีชีวิตและคุณภาพสูง ซึ่งกระบวนนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากๆ ที่เราต้องจัดการไขมัน ให้ใช้งานได้ดี บางครั้ง อายุ และสุขภาพ ก็มีผล สมัยก่อนการเติมไขมันจะติด หรือได้ผลอยู่ที่ราวๆ 50% แต่ปัจจุบันนี้มีก็การพัฒนาไปเรื่อยๆ ทำให้เปอร์เซ็นต์ของไขมันที่เราดึงมาใช้เริ่มติดขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ80- 90%ฉีดโบท็อกซ์.