คลินิกเสริมความงามและถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก

คลินิกเสริมความงามมีคนชอบถามผมว่า จะเลือกวิธีไหนดีระหว่าง ร้อยไหม กับ ดึงหน้า? ฉีดฟิลเลอร์ หรือ เสริมซิลิโคน? ทำเลเซอร์ หรือผ่าตัด? ผมขออธิบายโดยรวมอย่างนี้ครับ สำหรับการเสริมความงามตามหลักการแพทย์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไปดังนี้ครับ คลินิกเสริมความงาม.

คลินิกเสริมความงาม

1. Non-Invasive/Non-Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด เช่น เลเซอร์ โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม และการทาครีมต่างๆ วิธีเหล่านี้ ข้อดีคือ สามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่มีแผลผ่าตัด แต่ข้อเสีย คือ ผลที่ได้ไม่ถาวร เช่น โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ ต้องมีการฉีดเพิ่มเรื่อยๆ การร้อยไหมอาจอยู่ได้เพียง 1-2 ปี ซึ่งให้ผลการรักษาได้เพียงชั่วคราวทำนั้น หรืออาจแก้ปัญหาได้เฉพาะสิ่งที่เป็นน้อยๆ ไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นมากๆได้ เช่น ร่องแก้มลึกๆ ใบหน้าหย่อนยานมากๆ ซึ่งอาจแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากๆและชัดเจนได้ครับ ดังนั้น วิธีการเสริมความงามแบบไม่ต้องผ่าตัดจึงเหมาสมกับอาการหรือริ้วรอยที่ยังไม่มีความผิดปกติมาก และสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ไม่มีแผล แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผลลัพธ์ในการรักษาอาจไม่ชัดเจน และไม่ถาวร คลินิกเสริมความงาม

2. Invasive/ Surgical Procedures คือ การเสริมความงามที่ต้องอาศัยการผ่าตัด (ศัลยกรรม) เช่น การเสริมจมูก ทำตา เสริมหน้าอก ดึงหน้า ดูดไขมัน เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีข้อดีคือ สามารถแก้ไขอาการหรือสิ่งที่เป็นมากๆได้ และให้ผลการรักษาที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน และถาวร เช่น การเสริมจมูก เสริมหน้าอก เมื่อทำศัลยกรรมแล้วก็จะให้ผลเปลี่ยนแปลงชัดเจน ถาวร และสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต หากไม่มีผลแทรกซ้อนครับ ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) เมื่อทำศัลยกรรมออกมาแล้วจะให้ผลลัพธ์ที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยลงอย่างชัดเจน ร่องรอยลึกต่างๆหายชัดเจน ทำให้ลดอายุลงไปได้ 10-20 ปี เลยทีเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ คนไข้จะต้องดูแลรอยแผลจากการผ่าตัดให้ดี และจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่ยาวนานกว่าการเสริมสวยแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non Invasive) ดังนั้น การทำศัลยกรรมดึงหน้าจึงเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ให้ผลลัพธ์ถาวร และกรณีที่ต้องการแก้ไขอาการผิดปกติมากๆบนใบหน้าครับ ทั้งนี้ คนไข้ก็จะต้องเข้าใจก่อนครับว่าการผ่าตัดศัลยกรรมจะต้องมีแผลผ่าตัด และต้องคำนวณเวลาในการพักฟื้นให้ดี รวมถึงจะต้องมีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยครับ

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการเสริมความงามแบบใด สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณจะต้องรู้ และศึกษาให้ดีถึงข้อดี-ข้อเสีย ผลที่คาดว่าจะได้รับจากวิธีนั้นๆ รวมถึงผลแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยละเอียด และจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นครับ

เสริมคางโมงเช้านะคะ แนนก็ได้ทานข้าวต้มไปตอนเช้า

เสริมคางวันผ่าตัด คิว10.00โมงเช้านะคะ แนนก็ได้ทานข้าวต้มไปตอนเช้า ใส่เสื้อกระดุมหน้า บ้านปากแปรงฟันอย่างดี แต่งน่าก็ทาแค่คอนซีลเลอร์ปิดใต้ตา ทาคิ้ว และปาก แค่นั้นค่ะ ขาไปเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เมื่อไปถึงก็แจ้งชื่อ เซ็นสัญญา จ่ายเงิน และรับยาแก้บวม แก้อักเสบค่ะ รอนานพอสมควรเหมือนกัน บ่ายโมงถึงได้ทำ เสริมคาง.

เสริมคาง

เสริมคางเพราะหมอดันมีเคสแก้ด่วนเข้ามา แต่ก็โอเคค่ะ ก็ได้มีการบ้วนปาก ล้างหน้า เปลี่ยนชุด(ถอดทุกอย่างออกทั้งเครื่องประดับเพชรพลอยต่างๆ ง่ายๆว่าถอดหมดเหลือแต่กกน.ค่ะ และใส่ชุดคลุมสีเขียวของทางคลีนิค รวมถึงหมวกคลุมผม) และเราขอคุณหมอปรึกษาก่อนทำ เวลานั้นก็เอาแบบให้คุณหมอดู อยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ก็ว่าไป คุยเสร็จก็เดินมานั่งรอต่อ พอคุณพี่ผู้ช่วยหมอมาเรียกไปเตรียมตัว ก็เดินข้าไปในห้องผ่าตัดค่ะ ถึงจุดนี้เพิ่งเข้าใจค่ะที่อ่านๆรีวิวมาและที่เขาเรียกเขียงผ่าๆมันคืออย่างนี้นี่เอง มันคือเขียงผ่าจริงๆค่ะ ในห้องเย็นมาก อารมณ์คล้ายตอนไปทำฟัน แต่เปลี่ยนจากเตียงนุ่มๆ เป็นเหมือนนอนบนแสตนเลสเย็นๆโดยมีผ้ามารองหลายๆชั้น แนนก็ขึ้นเขียงและเอนตัวนอน เสริมคาง พี่ผู้ช่วยหมอก็เอาผ้ามาคลุมตัวเราทั้งตัว รวมถึงใบน่า เหลือไว้ก็แต่บริเวณเบ้าน่า(ไม่รู้จะเรียกว่าไร) และพี่ผู้ช่วยหมอก็เริ่มเอาสำลีชุบน้ำอะไรสักอย่างเย็นๆมาเช็ดน่าเรา เหมือนทำความสะอาด แนนไม่แน่ใจว่าใช่แอลกอฮอล์รึเปล่า และหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าจะเป็นคอตตอนบัดแบบยาวชุบอะไรสักอย่าง(อีกแล้ว)เย็นๆ สีส้มๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเบตาดีนรึเปล่า มาเช็ดให้เราทั้งน่าพร้อมทั้งบอกว่า ถ้าคันตรงไหนให้บอก อย่าเอามือขึ้นมาเกานะ เราก็โอเค และก็นอนรอหมอไปเรื่อยๆ รู้สึกน่าตึงมากๆน่าจะเป็นเพราะเบตาดีนที่พี่เค้าทาให้รอบหลัง

เมื่อคุณหมอมา ใจเต้นแรงมากๆๆๆ ทั้งกลัว ทั้งกังวลเลยค่ะ แต่ก็คล้ายอารมณ์ตอนทำฟันมากๆ คุณหมอวิเคราะห์ใบน่าอยู่พักนึง และเริ่มเอาปากกามาวาดที่คาง พี่ผู้ช่วยหมอเปิดเพลง และคุณหมอก็เริ่มบรรเลงเลยค่ะ เริ่มแรกให้อ้าปากและฉีดยาชาจึกแรกเข้าที่หนังปากด้านใน(ขอเรียกการฉีดยาชาลงไป1ทีว่า 1จึกนะคะ เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองโดนไปกี่เข็ม แต่พอจะรู้เป็นจึกค่ะ ทำไมต้องเป็นจึก? เพราะเวลาคุณหมอดึงเข็มออกมันดัง”จึก”จริงๆค่ะโดยเฉพาะตอนที่ปากเริ่มชาแล้ว) ถามว่าเจ็บไหม ณ ตอนนั้นก็เจ็บนะคะแต่ไม่มาก นิดหน่อยค่ะเหมือนทำฟัน และก็ตามด้วยจึกที่สองด้านใน คุณหมอรอให้ปากแนนชา ถามอยู่เรื่อยๆว่าชายัง เอามือมาดึงหนังปากล่างเรา ถามว่าชารึยังอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งชาจริงๆ แนนเลยบอกคุณหมอว่า “ชาแล้ค่ะ”(มันชาจนพูดไม่ชัด) คุณหมอก็เริ่มฉีดยาชาต่อที่คางด้านนอก ไม่ต่ำกว่า 5จึก ซ้าย กลาง ขวา บน ล่าง อย่างเมามัน (ณ จุดนี้รู้สึกว่าปากล่างใหญ่มากค่ะ) พี่ผู้ช่วยพยาบาลมีหน้าที่หลักคือดึงปากล่างเราค่ะ(ปากล่างจะถูกดึงตลอดยันจบงาน) ครืดดดด… เสียงเครื่องเลเซอร์เริ่มทำงาน และหมอก็เริ่มใช้เลเซอร์ที่เป็นเหมือนเข็มไซส์ใหญ่ๆหรือหัวปากกา ทำนองนั้นค่ะ จี้ที่หนังปากด้านในของเราค่ะเพื่อเป็นการเปิดช่องตรงนั้นและเอาซิลิโคนใส่(ความรู้สึกตอนนี้ ไม่เจ็บเลยค่ะ เพราะด้านชาไปแล้ว แต่พอจะรู้ค่ะว่าคุณหมอทำอะไร) และกลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ก็ตามมา รู้สึกได้เลยว่าเลือดไหลเยอะมากถึงแม้พี่ผู้ช่วยหมอจะดูดเลือดให้อยู่ตลอดก็ตาม แอบลืมตาขึ้นมาหน่อย เห็นเลือดตัวเองกระเด็นอยู่บนอากาศก็รีบหลับตาแทบไม่ทันเลยค่ะ เลาะตรงนั้นอยู่นาน มีช่วงที่รู้สึกว่าเจ็บ ก็บอกหมอ หมอเพิ่มยาชาให้อีกสองสามจึกที่คางด้านนอกค่ะ หลังจากนั้นพอเลาะได้เกือบสำเร็จ คุณหมอก็พูดขึ้นมาว่า “เนื้อเราบางจริงๆ หมอล่ะกลัว” อ้าววว…ในใจเราก็แป้วสิคะ จี้ไปจี้มาทะลุออกมานอกปากทำไง(ตอนนี้ ตัวเย็นมาก เท้านี้เกร็งนิ้วเกี่ยวกันไว้เลยค่ะ) คุณหมอทำไปร้องเพลงไป แลดูมีความสุขมาก แต่เราไม่(คือ กลัวมากๆ) คุณหมอบอกให้พี่ผู้ช่วยหยิบเครื่องมืออะไรสักอย่างมาซึ่งเราคิดว่าเป็นตะไบ และนำมาขูด ครืดๆๆๆ ที่ด้านในคางด้านซ้าย เรารู้สึกเจ็บๆปวดๆเลยบอกคุณหมอ.

ศัลยแพทย์เสริมนมตกแต่งหนุ่มอารมณ์ดีอีกหนึ่งท่านของวงการ

เสริมนม คุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอก
1. มีความคาดหวังในความเป็นจริง
2. มีสภาวะทางจิตใจที่มั่นคง
3. มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
4. ไม่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
5. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เสริมนม.

เสริมนม

การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดด้วยการใช้ซิลิโคนโดยศัลยแพทย์  มีวิธีการเปิดแผลใต้ราวเต้านม เปิดแผลบริเวณปานนม โดยการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ แม้ว่าการเสริมเต้านมในสาวประเภทสองและผู้หญิงทั่วไปมีวิธีการผ่าตัดที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่ลักษณะทางกายภาพนั้นแตกต่างกัน เนื้อของสาวประเภทสองนั้นจะมีลักษณะเนื้อที่ตึงและมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการเสริมเต้านมให้เหมือนผู้หญิง  เสริมนม การมีเทคนิคทางเลือกที่หลากหลายจึงเกิดขึ้นในการศัลยกรรมเต้านมเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล    ผู้ที่ผ่าตัดควรทราบว่าศัลยกรรมการเสริมเต้านมสามารถเลียนแบบเต้านมผู้หญิงได้ไม่สมบูรณ์แบบ.

ศัลยแพทย์ตกแต่งหนุ่มอารมณ์ดีอีกหนึ่งท่านของวงการ ด้วยเทคนิคเฉพาะของคุณหมอ ที่ผ่าตัดแผลเล็ก พักฟื้นน้อย บวกกับห้องผ่าตัดระดับมาตรฐานแบบปลอดเชื้อที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ เลยทำให้ หลายคนมั่นใจว่ามาทำแล้วไม่เหมือนโดนสิบล้อทับแน่นอน แถมคุณหมอก็ออกทีวี ตั้งหลายรายการ แบบนี้ยิ่งการันตีความเชื่อมั่นอีกทาง.

ถือเป็นศัลยแพทย์อีกหนึ่งท่านที่กำลังมาแรง แซงทุกโค้งย่านรัชดา ด้วยความพร้อมทั้งด้าน ศัลยกรรม และผิวพรรณความงาม รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ จนทำให้ลูกค้าไว้ใจและยอมรับในฝีมือ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่ขึ้นอยู่ว่าแผลเล็กและพักฟื้นน้อย.

หมอหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอีกท่านนึงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะต้องบอกว่าตอนนี้จะมีลูกสาว ที่มาเสริมหน้าอกสวยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากสาวๆ จะติดใจในความน่ารัก ใจดีของ คุณหมอแล้ว ยังได้ชื่อว่าทำหน้าอกออกมาได้ทรงสวย ฟื้นตัวไว จนหลายคนเริ่มจับจ้องผลงานของ หมอพอลท่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ.

หลังจากตอนที่แล้ว ทางหมอได้ไขข้อข้องใจให้เหล่าคุณแม่มือใหม่ที่สนใจจะทำอกกันไปแล้ว   วันนี้เลยขอเอาใจเหล่าสาวแท้และสาวเทียมที่สนใจเป็นเด็กใหม่ในวงการศัลยกรรมนมกันบ้าง โดยวันนี้หมอจะมาพูดถึง ความรู้สึกหลังการผ่าตัดของคนที่วางซิลิโคนไว้คนละตำแหน่งกันบ้างดีกว่าครับ “อย่างวางไว้ที่เหนือกล้ามเหนือกับใต้กล้ามเนื้อมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?”

ไขข้อข้องใจ3. หลังผ่าตัดจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง? ถ้าผ่าตัดใส่ไว้ใต้กล้ามเนื้อ

ตอบ      โดยปกติแล้วการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น  หมอเป็นผู้เลือกตำแหน่งการวางตัวซิลิโคนให้ลูกค้าแต่ละรายไม่เหมือนกันครับ  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับกายภาพเดิมของลูกค้าที่เข้ารับการผ่าตัดในแต่ละรายว่ามีเนื้อด้านข้างมากน้อยเท่าไหร่ กล้ามเนื้อแข็งแรงหรือไม่  ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณอกมากหรือน้อยไป? และอย่างสุดท้ายหนังคุณบางเกินไปหรือเปล่า  ทุกคำถามที่กล่าวไปนั้นคือหลักการที่คุณหมอทุกท่านจะใช้ในการพิจารณาว่าคุณลูกค้าทั้งหลายเหมาะที่วางซิลิโคนไว้ที่ตำแหน่งไหนนั้นเองครับ.

การผ่าตัดไม่ยุ่งยากมากนัก ผลข้างเคียงน้อย และที่สำคัญหายเร็วเหมาะกับเหล่าสาวๆนักกีฬา หรือสาวที่มีไขมันหรือเนื้อเต้านมเพียงพอที่จะเป็นกันชนระหว่างผิวเหนือกับเต้านมเทียมนั้นเองครับ

ข้อดีของตำแหน่งการวางตัวที่ตำแหน่งนี้คือ ไม่มีการเคลื่อนตัวของถุงเต้านมเทียมขณะที่มีการขยับตัวของกล้ามเนื้อ ได้รับความเจ็บปวดน้อยกว่า(ในระยะแรก) และมองดูเป็นธรรมชาติครับ ส่วนข้อเสียก็คือในรายที่มีผิวหนังบาง เมื่อใส่แล้วมีโอกาสที่จะคลำพบขอบเต้านมเทียมได้สูงกว่าคนปกติครับ รวมทั้งมองเห็นขอบเต้านมง่ายกว่า ตัวเต้านมก็มีโอกาสคล้อยได้มากกว่า ทำให้เต้านมจริงถูกเบียดได้มากกว่าหรือหดแฟบได้มากกว่า แล้วถ้านวดไม่ดีเวลาเกิดพังผืดรัดจะมองเห็นได้ชัดกว่านั้นเอง

2.การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยวางตำแหน่งถุงเต้านมเทียมไว้ใต้กล้ามเนื้อ

เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะจะอาศัยกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยหนุนให้อกดูอวบอูม แต่หลังการผ่าตัดจะบวมและปวดนานมากกว่าเหนือกล้ามเนื้อ

ข้อดีของการวางไว้ที่กล้ามเนื้อคือคลำพบขอบถุงซิลิโคนได้น้อยกว่า มองเห็นขอบได้ยากกว่า พบรอยย่นน้อยกว่า มีโอกาสคล้อยน้อยกว่า เต้าจริงมีโอกาสถูกเบียดหรือหดลงน้อยกว่า เวลาเกิดพังผืดจะมองเห็นไม่ชัด ข้อเสียในการทำแบบนี้คือมีการเคลื่อนตัวของถุงฯขณะที่มีการขยับของกล้ามเนื้อ เจ็บมากกว่า(ในระยะแรก) มองเห็นขอบใต้รอบนมไม่ชัด หน้าอกห่าง มีโอกาสที่อกจะไม่คล้อยสวยดูเป็นธรรมชาติ.

เสริมหน้าอก ราคา บางครั้งไม่สามารถใส่ซิลิโคนผ่านทางปานนมได้

เสริมหน้าอก ปัญหาการเลือกแผลผ่าตัด อันนี้เป็นปัญหาของเพศที่สามที่มักพบปานนมมีขนาดเล็ก ทำให้บางครั้งไม่สามารถใส่ซิลิโคนผ่านทางปานนมได้ ปัญหาที่เกิดจากการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่เกินไป หลักการสำคัญในการเสริมหน้าอก คือ การกำหนดขนาดของซิลิโคนให้พอเหมาะกับเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าอกแต่ละข้าง เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก หรือเรียกว่าความกว้างของฐานหน้าอก (Breast width) ซึ่งถ้าหากว่าแพทย์ใส่อยู่ในมาตรฐานนี้แล้ว ก็จะทำให้หน้าอกนี้เสริมออกมาแลดูไม่ผิดสัดส่วน แต่ในกรณีบางคนมีความจำเป็นหรือมีความต้องการที่จะใส่ให้มีขนาดใหญ่กว่าที่ควรจะเป็นมากเกินไป อาจพบปัญหาได้คือ ซิลิโคนล้นออกมาทางด้านข้างมากขึ้น เพราะไม่สามารถขยับดันเข้าไปด้านในได้ เนื่องจากติดกล้ามเนื้อ ส่งผลทำให้ผิวหนังด้านข้างตึงขึ้น ผิวหนังที่บางอยู่แล้วมีลักษณะบางมากขึ้นไปอีก และเห็นขอบซิลิโคนได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อปล่อยไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดรอยย่นที่มีลักษณะคล้ายกระดาษพับ (Ripping breast) บริเวณขอบซิลิโคน หรืออาจทำให้มองเห็นซิลิโคนเป็นสองลอนหรือสองเต้า (Double Bubble) ดังนั้น เทคนิคในการเสริมจึงเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้งชนิดของซิลิโคนที่เหมาะกับคนผอมบางไม่มีเนื้อนมด้วย เสริมหน้าอก

ลองไซส์ที่ชอบและเตรียวตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด

เสริมหน้าอกให้ดูแล้วสวยงาม ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนผ่าตัด โดยการปรึกษากับแพทย์ผู้ที่จะทำผ่าตัดให้ โดยจะมีการตรวจร่างกาย วัดคาวมกว้างของผนังหน้าอก และให้ลองใส่ซิลโคนใต้เสื้อดูว่าขนาดไหนเป็นขนาดที่ชอบและสวยที่สุด ขนาดความกว้างของหน้าอกจะเป็นตัวกำหนดฐานของซิลิโคน ส่วนจะต้องการใหญ่มากหรือน้อย ทรงของซิลิโคนจะช่วยให้ใส่ได้ใหญ่ขึ้น โดยเลือกทรงที่สูงขึ้น เช่น ความกว้างของผนังหน้าอก 12 เซนติเมตร จะใส่ซิลิโคนทรงต่ำ (Low profile) ได้ 250 ซีซี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นทรงสูง (High profile) จะใส่ได้ถึง 375 ซีซี ขนาดของเต้านมก็จะใหญ่ขึ้นประมาณ 1 ถึง 2 คัพ ตามลำดับ คนที่ผอมบางไม่ค่อยแนะนำให้ใส่ใหญ่มาก เพราะนอกจากจะไม่เหมาะกับสรีระอันจะมีผลทำให้ปวดหลังได้แล้ว ยังจะเห็นขอบและรอยย่นของซิลิโคนภายหลังได้ง่าย บางครั้งหมอจะใช้ไขมันจากต้นขาหรือพุงมาเสริมเนื้อด้านบนให้ดูหนาขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อาจเติมไขมันก่อนเสริมหรือทำภายหลังเพื่อแก้ปัญหาก็ได้ ในต่างประเทศนิยมแก้ด้วยการใช้หนังเทียมหุ้มรอบซิลิโคนเพื่อแก้ไข แต่ราคายังค่อนข้างแพงจึงไม่เป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา สำหรับเพศที่สามแนะนำเป็นทรงสูงหน่อย เช่น Moderate plus หรือ High profile เพราะถ้าใส่ทรงต่ำจะดูไม่ขึ้นเต้า

อกสวยเป็นธรรมชาติด้วยการเสริมใต้กล้ามเนื้อและใต้ผิวหนัง